-
รถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และซอฟต์แวร์เป็นหัวใจหลักในการควบคุม เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ของลูกค้า โดยตั้งเป้าหมายที่จะนำเทคโนโลยี Nissan AI Drive มาใช้ใน 90% ของรถยนต์รุ่นต่างๆ ในอนาคต
-
ปรับปรุงกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้เหลือ 45 รุ่น พร้อมทางเลือกของระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า
-
กลยุทธ์ในตลาดโลกมุ่งที่ตลาดหลักอย่าง ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีน เพื่อขับเคลื่อนขนาด และความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
-
รถยนต์รุ่น X-Trail / Rogue e-POWER โฉมใหม่ และ รถยนต์รุ่น JUKE EV ใหม่ สะท้อนถึงการออกแบบในอนาคต ที่มาพร้อมสมรรถนะ และประสบการณ์ของการขับขี่

(โยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น) – บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาว ““Mobility Intelligence for Everyday Life” หรือ “นวัตกรรมการเดินทางอัจฉริยะ สำหรับทุกจังหวะของชีวิตประจำวัน” ซึ่งกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง วิสัยทัศน์นี้ผสานรวมความชาญฉลาดในการขับเคลื่อนเข้ากับชีวิตประจำวันผ่านการมุ่งเน้นของนิสสันในด้านรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และซอฟต์แวร์เป็นหัวใจหลักในการควบคุม (AI-Defined Vehicles หรือ AIDV) โดยนำเสนอเทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และตลาดที่แตกต่างกัน
อีวาน เอสปิโนซา ประธาน และซีอีโอ (Ivan Espinosa, President and CEO) กล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะกำหนดวิสัยทัศน์ระยะยาวของนิสสัน ในขณะที่เรามองไปไกลกว่าแผน Re:Nissan และกำหนดเส้นทางที่ชัดเจนสำหรับอนาคต วิสัยทัศน์ของเรากำหนดทิศทางที่นิสสันจะมุ่งหน้าไป โดยมีประสบการณ์ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะในด้านการขับขี่ ซึ่งเราจะส่งมอบผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมด้วยการให้คุณค่าที่โดดเด่น และประสบการณ์โดยรวมที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น”
ในขณะที่นิสสันมองไปข้างหน้า แผนฟื้นฟู Re:Nissan ยังคงดำเนินไปตามแผนงานในปีสุดท้ายของการดำเนินการ โดยส่งผลให้ต้นทุนมีความสามารถในการแข่งขัน มีการใช้กำลังการผลิตที่ได้ประสิทธิภาพดีขึ้น รวมถึงแนวโน้มของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งล้วนเป็นการวางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคตทิศทางในระยะยาวใหม่ของนิสสัน ซึ่งนำโดยวิสัยทัศน์นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีรุ่นต่อไป (next-generation technologies) การมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้อง แนวทางการทำตลาดโลกที่ถูกกำหนดใหม่ รวมถึงรูปแบบอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จัดระเบียบ และถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน

เทคโนโลยีแห่งอนาคต: ระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีของนิสสัน ด้วย Nissan AIDV ที่เป็นการรวมระหว่างเทคโนโลยี Nissan AI Drive และเทคโนโลยี Nissan AI Partner ผู้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และประหยัดเวลาในการเดินทาง นิสสันกำลังต่อยอดเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง จากการทดลองใช้งานจริง โดยบูรณาการ AI ให้เข้ากับระบบควบคุม และเทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ ของรถยนต์นิสสันตั้งเป้าที่จะนำเทคโนโลยี Nissan AI Drive นี้ไปประยุกต์ใช้กับรุ่นรถยนต์กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ในระยะยาว Nissan Elgrand รุ่นใหม่
ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในฤดูร้อนปี 2026 จะใช้ระบบ ProPILOT รุ่นใหม่ ที่มีความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติแบบครบวงจรภายในสิ้นปีงบประมาณ 2027นอกเหนือจากการแนะนำเทคโนโลยี Nissan AI Drive ที่มุ่งเน้นการพัฒนาการขับขี่อัตโนมัติแล้ว บริษัทฯ จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าด้วยการใช้เทคโนโลยี Nissan AI Partner ที่เชื่อมต่ออย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเป็นผู้ช่วยสนับสนุนกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และผสานรถยนต์ให้เข้ากับชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ ประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของนิสสัน และขั้นต่อไปของการขับขี่อัตโนมัติจะเกิดขึ้นได้ด้วยการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน เทคโนโลยี e-POWER กำลังขยายการใช้งานของพลังงานไฟฟ้า
โดยจะเป็นแพลตฟอร์มหลักที่ให้การขับขี่ที่เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า และยังเป็นการสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ นอกจากเทคโนโลยี e-POWER แล้ว นิสสันจะนำเสนอระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่หลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าในตลาดโลก กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายนี้รวมถึงระบบรถยนต์ไฮบริด (HEV) ใหม่
สำหรับรถยนต์ประเภทที่แยกโครงเหล็กแชสซีส์ (Chassis/Frame) กับตัวถัง (Body) ออกจากกัน หรือ Frame-based vehicle (Body-on-frame) ซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะที่มากขึ้นและความมั่นใจในระยะการขับขี่ที่ไกลมากยิ่งขึ้น นิสสันจะเติมเต็มทางเลือกของลูกค้าด้วยการนำเสนอระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (plug‑in hybrid – PHEV) และ ระบบไฮบริดแบบขยายระยะทาง (range‑extender hybrid – REEV) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น: ด้วยการกำหนดบทบาทของแต่ละรุ่นให้ชัดเจน
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของนิสสันสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความชัดเจนในบทบาท และการพัฒนาที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น บริษัทจะปรับลดกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั่วโลกจาก 56 รุ่น ให้เหลือ 45 รุ่น โดยยกเลิกรุ่นที่มีประสิทธิภาพต่ำและจัดสรรการลงทุนใหม่ไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการเติบโต ในขณะเดียวกัน นิสสันจะขยายรูปแบบของระบบขับเคลื่อนในแต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น เพิ่มปริมาณการขายต่อรุ่น และเสริมสร้างรากฐานทางธุรกิจของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
การแบ่งประเภทรุ่นตามบทบาทต่างๆ
ในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ นิสสันกำลังมุ่งเน้นกลยุทธ์รุ่นรถยนต์ไปที่ 4 หมวดหมู่ ได้แก่:
กลุ่มผลิตภัณฑ์สร้างความตื่นเต้น: รถยนต์รุ่นที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ ให้คุณค่าทางอารมณ์ และนวัตกรรมของนิสสัน
กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก: รถยนต์รุ่นที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจระดับโลกด้วยยอดขาย และมีการสร้างความมั่นคงของธุรกิจ
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโต: รถยนต์รุ่นที่มุ่งเป้าไปที่การขยายตัวในตลาดที่มีความต้องการเกิดขึ้นใหม่
กลุ่มผลิตภัณฑ์จากพันธมิตร: รถยนต์รุ่นที่ขยายการครอบคลุมในตลาดผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
ทั้งนี้นิสสัน ได้จัดแสดงรุ่นรถยนต์ที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนต่อไปจากแผนกลยุทธ์ดังนี้
X-Trail หรือ Rogue e-POWER ใหม่: รถยนต์รุ่นหลักในระดับโลกที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน ซึ่งให้ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี e-POWER ที่ทรงพลัง ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจจากมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องชาร์จไฟ
Juke EV: รถยนต์รุ่นหลักในยุโรปที่ผสมผสานดีไซน์โดดเด่นเข้ากับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และฟีเจอร์อัจฉริยะต่างๆ
Xterra: รถยนต์รุ่นสำคัญสำหรับตลาดในสหรัฐอเมริกา นำเสนอจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังแบบเฟรม (framed-based) และดีไซน์ที่เน้นการใช้งาน
Skyline: รถยนต์รุ่นสำคัญสำหรับตลาดญี่ปุ่น มอบสมรรถนะ และการขับขี่ที่เน้นความสนุกของผู้ขับขี่เป็นหลักในขณะที่กลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียม INFINITI จะยังคงมีความสำคัญในกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของนิสสัน จะได้รับการฟื้นฟูผ่านรถยนต์รุ่นใหม่ และรุ่นที่ปรับปรุงใหม่ เริ่มต้นด้วยรถ SUV รุ่น QX65 ปี 2027 ใหม่ทั้งหมดในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ตามมาด้วยอีกสี่รุ่น ได้แก่ รถ SUV ไฮบริดขนาดกลางรุ่นใหม่ รถซีดานที่ใช้เครื่องยนต์ V6 ที่เน้นสมรรถนะ และรถ SUV ไฮบริดแบบเฟรมอีกสองรุ่น









