เวลาที่คิดถึงของชาวล้อเดียวไฟฟ้า ดูไม่จางหายไปจากลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะ “เด็กซนกลุ่มนนท์” ที่ยังคงเหนียวแน่น ออกเดินทางร่วมกันอยู่เรื่อยๆ ทว่าสิ่งที่คิดถึงยิ่งกว่าของหลายคนคงไม่พ้นกิจกรรม ล้อเดียวเที่ยวต่างแดน ที่จัดมาแล้วหลายEP ในหลายประเทศ

กว่าสามสิบชีวิตของชาวล้อเดียวที่รวมตัวกันผ่านกลุ่ม เด็กซนกลุ่มนนท์ และยังมีอีกหลายคนที่มาจากกลุ่มอื่นแต่ก็มีเป้าหมายเดียวกัน “เที่ยวด้วยล้อเดียวไฟฟ้าอย่างมีความสุขในทุกเส้นทาง” จากด่านสะเดาเวลาเช้าข้ามแดนสู่ประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าสู่จุดหมายแรกคือเมือง อีโปห์ เป็นเมืองที่เติบโตด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมสมัยอาณานิคมของอังกฤษสังเกตเห็นได้จากสิ่งปลูกสร้างแบบชิโนโปรตุกรีสคล้ายกับภูเก็ตบ้านเรา แล้วเมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องอาหารและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติรวมถึงเขาหินปูน

ที่ตั้งของเมืองอิโปห์อยู่ระหว่างกัวลาลัมเปอร์และจอร์จทาวน์ทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางบกที่สำคัญของมาเลเซียตะวันตก ซึ่งกลุ่มล้อเดียวเริ่มต้นขึ้นที่นี่เป็นจุดแรก ล้อเดียวสัมผัสพื้นถนนของประเทศมาเลเซียคือมุ่งหน้าขึ้นยอดเขา Gunung Jerai ซึ่งเป็นภูเขาในรัฐKedah ประเทศมาเลเซียมีความสูง 1,217 เมตร (3,993 ฟุต) ภายในรัฐเคดาห์ ภูเขานี้ตั้งอยู่บริเวณชายแดนระหว่างเขตกัวลา มูดาและเขต ยาน

ณ จุดนี้พี่กีฟท์ และพี่แมว ได้ประสานงานติดต่อกลุ่มล้อเดียวชาวมาเลเซียเอาไว้เพื่อร่วมเดินทางท่องเที่ยวกับพวกเราชาวล้อจากประเทศไทย ล้อถูกนำลงจากรถพร้อมเดินทางชุดและอุปกรณ์ป้องกันแล้วที่ขาดไม่ได้อีกอย่างถ้าคุณต้องเล่นล้อในมาเลเซีย คือเชือกสำหรับดึงล้อ เส้นทางขึ้นเขาดูเหมือนจะง่ายแต่ทว่าภาพโค้งต่อเนื่องหลายโค้งไม่ต่างอะไรกับดอยอินทนนท์ที่เชียงใหม่

ทริปนี้เราได้เห็นเด็กรุ่นใหม่หลายคนที่เริ่มสนใจกับกิจกรรมประเภทนี้ น้องลาเต้ อายุเพียงสิบสี่ปีแต่กับมีดีกรีถึงนักแข่งล้อเดียวในหลายรายการ ลีลาการเล่นดูไม่ธรรมดาแล้วทริปนี้เขายังต้องคอยช่วยเหลือพี่ๆตลอดทริป ตลอดเส้นทางขาขึ้นจะเป็นการไต่ความสูงขึ้นต่อเนื่อง เราได้สัมผัสกับไอหมอกจางๆตลอดทาง

บนเขาแห่งนี้นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมือง มีความเย็นสดชื่นตลอดทั้งปี ทั้งทางขึ้นและลงผมว่านักเล่นล้อต้องมืออาชีพพอสมควรด้วย บางโค้งมีการซ่อมถนนขนาดว่าผมนั่งอยู่บนรถยนต์ยังรู้สึกหวาดเสียว แต่ตรงกันข้ามกับกลุ่มล้อเดียวทั้งมาเลเซียและไทยยังคงมีรอยยิ้มหยอกล้อกันได้อย่างสนุกสนาน

ในคืนนี้เรานอนกันที่เมืองเมืองอิโปห์ เพื่อเล่นล้อต่อในช่วงเช้าของอีกวันเป็นเส้นทางเทรลแบบธรรมชาติ ซึ่งกลุ่มมาเลเซียแนะนำในเส้นทางนี้… พี่กีฟท์อธิบายกติกาการเล่นหลังอาหารเช้าของอีกวัน ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นนอกเมือง มีกลุ่มล้อเดียวจากกัวลาลัมเปอร์มาสมทบอีกกลุ่มดูเป็นกลุ่มใหญ่มากขึ้น หนึ่งในนั้นก็มีคนไทยที่ได้แฟนอยู่ที่มาเลเซียรวมอยู่ด้วยเช่นกัน

ทุกย่างเตรียมพร้อมประจำล้อของตัวเอง พี่กีฟท์ตีธงให้สัญญาณออกเดินทาง รวมถึงพี่แมวกำชับผ่านวิทยุสื่อสารให้ระวังตัวและคำนึงถึงความปลอดภัยมากที่สุด เพราะว่าอยู่ต่างประเทศคงไม่ดีแน่หากใครต้องเกิดอุบัติเหตุรุนแรง กลุ่มล้อเดียวเกือบสี่สิบคันทยอยเข้าเส้นทาง เราได้ยินเสียงรายงานผ่านวิทยุสื่อสารเป็นระยะ

บางคนเริ่มต้นได้ดี บางคนเริ่มรู้สึกว่าเส้นทางไม่ค่อยสู้ดี ฝนที่ตกกลางคืนได้ส่งผลให้ดินกลายเป็นดินเหนียว ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักเล่นล้อ ทว่าในความหนักใจนั้นเราก็ยังได้ยินเสียงแซวกันให้กำลังใจกันเป็นระยะ ราวกับว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่ในระหว่างดงปาล์มขนาดใหญ่เสียงจากกลุ่มหัวแถว แจ้งผ่านวิทยุสื่อสารว่าสถานการณ์ไปต่อไม่ได้เนื่องจากดินเหนียวติดล้อมากเกินไป จำเป็นที่ต้องกลับลงไปด้านล่าง ในระหว่างนั้นกลับมีบางคันที่ดินแน่นเกินไปไม่สามารถไปต่อได้ จึงจำเป็นต้องหาวิธีนำล้อลงมา

ซึ่งเวลานี้ต้องชมทีมไทยที่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ดังนั้นทุกคนจึงช่วยกันนำทีมมาเลเซียลงมาร่วมถึงของทีมไทยด้วย แก้ปัญหาเบื้องต้นต้องนำไปล้างดินออกในลำธารซึ่งเป็นหน้าที่ของเด็กใหม่ทั้งสองคน ลาเต้และน้ำมนต์ ที่ดูแลน้าๆช่วยยกล้อลงไปล้างในลำธารแล้วกลับลงมาเพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะปีนัง

สำหรับปีนังนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองจอร์จทาวน์ซึ่งเป็นชุมชนแห่งแรกของอังกฤษในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอยู่ใกล้กับเส้นทางเดินเรือตามช่องแคบมะละกาทำให้ผู้อพยพจากส่วนต่างๆ ของเอเชียหลั่งไหลเข้ามา หลังจากการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปีแรกๆ

เมืองนี้ได้กลายเป็นเมืองหลวงของชุมชนช่องแคบในปี 1826 ก่อนจะสูญเสียสถานะการบริหารให้กับสิงคโปร์ในปี 1832 ชุมชนช่องแคบกลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษในปี 1867 ไม่นานก่อนที่มลายาจะได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1957 จอร์จทาวน์ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองโดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

ทำให้เป็นเมืองแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ในปี 1974 จอร์จทาวน์ถูกควบรวมเข้ากับส่วนที่เหลือของเกาะ ทำให้สถานะของเมืองน่าสงสัยจนกระทั่งปี 2015 เมื่อเขตอำนาจศาลได้รับการคืนสถานะและขยายออกไปครอบคลุมทั้งเกาะและเกาะเล็กๆ ที่อยู่ติดกัน

แล้วที่สำคัญเมืองนี้ยูเนสโกยังได้บรรยายเมืองนี้ว่ามี ” สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์” ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและศาสนาต่างๆ มานานหลายศตวรรษ เมืองนี้ยังได้รับชื่อเสียงในฐานะเมืองหลวงแห่งอาหารของมาเลเซียจากฉากอาหาร อันโดดเด่น การอนุรักษ์วัฒนธรรมเหล่านี้มีส่วนทำให้ใจกลางเมืองจอร์จทาวน์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยยูเนสโกตั้งแต่ปี 2551

บรรยากาศโดยรอบผมเองรู้สึกชอบซึ่งรวมถึงกลุ่มล้อเดียวที่ออกมาเดินเล่นยามค่ำคืน ตลอดเส้นทางเราจะสังเกตว่าถนนซอยทะลุถึงกันหมดแถมยังสะอาดและปลอดภัย ของกินเยอะ ความวินเทรจของสถาปัตยกรรมยังแทรกอยู่ในเมืองทั่วทุกซอกซอยถือว่าดูแลได้ดีมาก

นอกจากนี้เชื้อสายชาวจีนยังมีวัดตั้งอยู่บนยอดเขาสูงอย่างวัดเก็กลกซี แปลว่า วัดแห่งสรวงสวรรค์ หรือคนไทยสมัยก่อนจะเรียกว่า วัดเขาเต่า ปีนัง เกิดจากวัดอยู่บนเนินเขาและมีเลี้ยงเต่าอยู่ในสระน้ำจำนวนมาก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2433. ปัจจุบันยังมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดอีกองค์ที่สร้างนอกเมืองจีน

ซึ่งเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้เป็นองค์ที่สองของการสร้าง เนื่องจากองค์แรกไฟไหม้เสียหายมีเพียงส่วนหัวที่เหลืออยู่เท่านั้น นอกจากรูปปั้นบนนี้เรายังยังมองเห็นเมืองจากมุมสูงได้อย่างชัดเจน

ทว่าความท้าทายของการเล่นล้อยังไม่หมดเพียงแค่เส้นทางเทรลเท่านั้น ทุกคนยังได้รับคำเชิญให้สัมผัสอีกเส้นทางที่น่าตื่นเต้นและสวยงามที่สุดอีกแห่ง โดยเส้นทางนี้พี่กีฟท์และพี่แมวตั้งใจเลือกเพื่อให้กลุ่มมาเลเซียพาขึ้นไปเพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นเส้นทางที่หาไม่ได้ในประเทศไทย

เส้นทางขึ้นเขาปีนังจะเป็นทางค่อนข้างแคบและลื่น ทุกคนต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แล้วที่สำคัญคือริมขวาจะเป็นหน้าผาเกือบทั้งเส้นทาง ดังนั้นเชือกที่เตรียมมาจะเป็นประโยชน์อย่างมากหากเกิดเครื่องตกลงไปข้างทาง กรุ๊ปแบ่งเป็นสามช่วงเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมขบวน ใช้เวลาเดินทางเกือบสามชั่วโมงของการเดินทางบนเส้นทางนี้ส่วนใหญ่ชื่นชอบ และบอกเป็นเสียงเดียวกัน “เส้นทางแบบนี้หาไม่ได้แน่ๆที่เมืองไทย”

Penang Hill ครอบคลุมพื้นที่เนินเขาหลายแห่ง โดยจุดที่สูงที่สุดคือ Western Hill ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 833 เมตร (2,733 ฟุต) Penang Hill เป็นพื้นที่เนินเขาและป่าไม้ที่โดดเด่นจากพื้นที่ราบลุ่มของมาเลเซียเนื่องจากเป็นเนินเขาและป่าไม้ พื้นที่นี้เคยถูกใช้เป็นที่พักผ่อนในช่วงที่อังกฤษปกครองอาณานิคม และปัจจุบันเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเนื่องจากประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรม

Penang Hill เป็นส่วนหนึ่งของ เขตสงวนชีวมณฑล Penang Hill ซึ่งได้รับการรับรองจากUNESCOให้เป็นเขตสงวนชีวมณฑลแห่งที่สามในมาเลเซียที่อยู่ในรายชื่อของเครือข่ายเขตสงวนชีวมณฑลโลก (WNBR) หากไม่เล่นล้อเดียวก็ต้องนั่งคือการใช้ Penang Hill Railwayซึ่งเป็นรถรางจากAir Itamไปยังยอดเขา Flagstaff Hill การเดินทางระยะทาง 2,007 เมตร (1.247 ไมล์) บางช่วงต้องลอดอุโมงค์ยาวซื้อตั๋วครั้งเดียวใช้ทั้งขึ้นและลง ด้านบนก็มองเห็นสะพานข้ามเข้าเกาะปีนังทั้งสองสะพานรวมถึงตัวเมือง

ก่อนกลับทั้งหมดได้กราบขอพรที่วัดไชยมังคลารามเป็นวัดไทยที่มีชื่อเสียงบนเกาะปีนัง สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2388ภายในอุโบสถมีพระนอนยาวที่สุดในประเทศมาเลเซีย โดยมีความยาว 108 ฟุต สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยมีชื่อว่าพระพุทธชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานนามให้ในคราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2505

รวมถึงยังได้ข้ามไปกราบพระที่วัดพม่าอยู่ตรงข้ามกัน มีพุทธศิลป์ที่งดงามอ่อนช้อยพระพุทธรูปหยกขาวประดับด้วยทองประณีตสวยงามมาก

ด้วยรอยยิ้มที่อิ่มเอม กลุ่มล้อเดียวต่างบอกว่าทริปนี้ไม่เพียงแค่ได้เล่นล้อแต่ยังได้สัมผัสถึงการท่องเที่ยวที่คุ้มค่าของแหล่งท่องเที่ยวที่ “ออโตวิชั่น แอนด์ ทราเวล” จัดขึ้นมาเป็นการเดินทางที่อาจจัดขึ้นเองได้แต่คงไม่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ดูแลดีตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเดินทางกลับ

กีฟท์รู้สึกมีความสุขมากที่เห็นทริปนี้จบลงด้วยความสุข กีฟท์เหนื่อยในการเช็คสถานที่ต่างๆรวมถึงประสานกลุ่มล้อเดียวมาเลเซีย แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างจบลงอย่างสวยงาม ล้อเดียวเที่ยวต่างแดน เราไม่รู้จะมีอีกเมื่อไหร่แต่สุดท้ายต้องขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือพี่กีฟท์ นิรดา จุลโลบลกล่าวก่อนเดินทางข้ามแดน ขณะเดียวกันอีกคนที่ร่วมดูเส้นทางการเล่นล้ออย่างพี่แมว กานดา วงษ์รักษา ก็กล่าวปิดท้ายเหมือนกัน “เส้นทางที่เราดูเรามั่นใจว่ามันคือเส้นทางที่สวยงามเราต้องการให้ทุกคนสัมผัสกับความเป็นมาเลเซีย อยากให้คิดว่ามาเที่ยว กีฟท์ตั้งใจทำเพื่องานล้อเดียวเที่ยวต่างแดน แมวคิดว่าเราก็ควรต้องให้ความร่วมมือ แมวได้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทุกคนก็รู้สึกดีใจค่ะ

ล้อเดียวเที่ยวต่างแดน” จากวันเริ่มต้นจนถึงวันนี้เรายังคงเห็นความสุขรอยยิ้มและความเอื้อเฟื้อของทุกคน รวมถึงเรายังได้เห็นความเป็นมืออาชีพของทุกคนที่ต่างๆไปจากทริปแรก หวังและหวังในหัวใจเราอาจได้เห็นทริปแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งหากทุกอย่างอำนวยแล้วพบกันครับ


ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่