อเล็กซ์ รินส์ นักบิดสแปนิชจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ฝ่าสถานการณ์ไล่แซงคว้าท็อป 11 ในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 8 อรากอน กรังด์ปรีซ์ เก็บแต้มสำคัญมาได้หลังเจอปัญหาต้นเรซ ขณะ “เอลดิอาโบล” ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ไม่จบการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน
หลังจากยกระดับรถแข่ง M1 ขึ้นแบบก้าวกระโดด จนคว้าโพล 3 สนามติด ยามาฮ่า ก็กลับมามีความหวังในการคัมแบ็กสู่กลุ่มหน้าของ โมโตจีพี อีกครั้ง โดย มัสซิโม เมเรกัลลี ผู้อำนวยการทีม มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี เปิดเผยก่อนเข้าสู่สุดสัปดาห์นี้ว่า ต้องการใช้ อรากอน กรังด์ปรีซ์ เพื่อยืนยันความคืบหน้าที่ทำได้ต่อเนื่องจากสนามที่ผ่านมา และ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ก็เป็นสนามที่เหมาะสมมากที่จะใช้วัดประสิทธิภาพรถแข่ง เพราะเป็นแทร็กที่ไม่เข้าทาง ยามาฮ่า เลย
ตลอดทั้งสุดสัปดาห์ กวาร์ตาราโร และ รินส์ ต้องเจอปัญหาการยึดเกาะอย่างหนักที่ล้อหลัง โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่มีอากาศร้อนสุด ๆ แม้จะยกระดับขึ้นมาได้ในวันเสาร์ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการสร้างความคืบหน้าใน “เมนเรซ” ซึ่งมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
โดย รินส์ ที่ออกตัวจากกริดที่ 15 และเจอปัญหาเล่นงานในช่วงต้นการแข่งขัน ก่อนจะกอบกู้สถานการณ์ขึ้นไปจบเรซในอันดับ 11 ด้วยเวลารวม 41 นาที 30.841 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 19.646 วินาที ส่วน กวาร์ตาราโร เริ่มเกมจากกริดที่ 9 และต่อสู้ในกลุ่มกลางได้ดีก่อนจะพลาดล้มออกจากเรซ

รินส์ กล่าวหลังจบการแข่งขันว่า “ผมเจอปัญหาเล่นงานในช่วง 10-12 รอบแรก แต่หลังจากรอบที่ 12 ก็เริ่มที่จะใช้ยางมีเดียมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเวลาต่อรอบราว ๆ 1.47 ผมขี่ได้เร็วมากที่ครึ่งหลังของเรซ เราจำเป็นต้องแก้ไขจุดนี้ และหาบางสิ่งที่จะช่วยให้ผมเร็วขึ้นในช่วงต้นเรซ นี่คือสิ่งที่เราต้องทำ แน่นอนว่าเราจะมีการเทสต์ในวันจันทร์ เราจะได้ทดสอบอุปกรณ์ใหม่ที่ ออกุสโต้ ได้เทสต์ในเรซด้วย ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญมาก”












