หน้าแรก CAR ฟอร์ดเช็คลิสต์พิชิตออฟโรดปลอดภัย ทุกพลังขับเคลื่อน CAR ฟอร์ดเช็คลิสต์พิชิตออฟโรดปลอดภัย ทุกพลังขับเคลื่อน โดย Siriwut Chitma - ตุลาคม 30, 2024 265 0 แบ่งปัน FacebookTwitterPinterestอีเมลLINECopy URL กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ฟอร์ดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีต่อรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า โดยในประเทศไทย ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์คันใหม่จะพิจารณารถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 86% ถ้ารถดังกล่าวสามารถขับขี่ออฟโรดได้ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับระยะทางในการขับขี่ จุดชาร์จ และการบรรทุกสัมภาระ ทำให้ 63% ของคนไทยในปัจจุบันยังมีแนวโน้มที่จะเลือกใช้รถยนต์สันดาปในการเดินทางออฟโรดมากกว่านอกจากรถที่พร้อมสำหรับทุกเส้นทางสมบุกสมบันแล้ว ในการออฟโรด ผู้ขับขี่ยังต้องใช้ทักษะและประสบการณ์รับมือกับความท้าทายที่ไม่คาดคิดต่างๆ ด้วย ฟอร์ดจึงแนะนำ 4 เช็คลิสต์สำคัญที่คนรักการผจญภัยต้องรู้ เพื่อให้ออฟโรดได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย ไม่ว่าจะใช้รถที่มีระบบส่งกำลังแบบใด ยิ่งสมบุกสมบัน ยิ่งใช้พลังงานมากขึ้น เส้นทางที่ขรุขระ เนินชัน รวมถึงสัมภาระที่นำไปด้วย ล้วนมีผลต่อการใช้พลังงานของรถไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาปหรือรถยนต์ไฟฟ้า การศึกษาเส้นทางและความท้าทายที่อาจต้องเผชิญไว้ล่วงหน้า จึงมีส่วนช่วยให้วางแผนเส้นทางที่ประหยัดพลังงานมากกว่าได้ ลดโอกาสการต้องขับย้อนกลับ หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ การเหยียบคันเร่งแบบนุ่มนวลและขับด้วยความเร็วคงที่ จะช่วยประหยัดพลังงานได้ “หัวใจสำคัญของการขับออฟโรดอยู่ที่การควบคุมรถมากกว่าการใช้ความเร็ว เพราะการควบคุมความเร็วให้คงที่จะช่วยประหยัดพลังงานและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับรถ” นายวุฑฒิกร ไสยวรรณ วิศวกรอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว รู้จักฟีเจอร์รถ เพิ่มความมั่นใจทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเจอทางทราย ก้อนหิน โคลน ดินลูกรัง หรือทางฝุ่น ผู้ขับขี่ก็ต้องพร้อมเสมอ แม้ขุมพลังจะมีบทบาทสำคัญในการขับขี่ แต่ปัจจัยที่จำเป็นกว่านั้นคือการเข้าใจความสามารถและฟีเจอร์ต่างๆ ของรถ ดังนั้นก่อนที่จะเข้าไปในพื้นที่ที่คาดเดาเส้นทางล่วงหน้าไม่ได้ ควรทำความคุ้นเคยกับฟีเจอร์ของรถก่อน ทั้งการเลือกใช้เกียร์ และการเลือกโหมดขับขี่อัตโนมัติต่างๆ สำหรับเจ้าของรถยนต์ฟอร์ด ทั้งรถยนต์สันดาป หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในตลาดต่างประเทศ ล้วนได้ใช้ประโยชน์จากระบบ Terrain Management System (TMS) ที่ช่วยปรับจูนการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถแบบอัตโนมัติ ทั้งอัตราเร่งและระบบควบคุมการยึดเกาะถนนให้สามารถเดินทางไปได้ทุกที่อย่างมั่นใจ เตรียมพลังงานและเชื้อเพลิงให้เพียงพอ การขับขี่ในพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะในเส้นทางออฟโรดอาจทำให้หาปั๊มน้ำมันหรือจุดชาร์จไฟได้ยาก ซึ่งเป็นหนึ่งในความกังวลที่ผู้ใช้รถชาวไทยให้ความสำคัญ โดย 29% ของผู้ตอบแบบสอบถามของฟอร์ดระบุว่า ตนยังมีความกังวลเกี่ยวกับจุดชาร์จไฟที่พอเพียงแม้ในการใช้งานรถไฟฟ้าตามปกติ สำหรับรถยนต์สันดาปอย่างฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีพื้นที่เพียงพอในการบรรทุกน้ำมันสำรอง ช่วยให้เดินทางไกลได้อย่างอุ่นใจเมื่อต้องขับรถบนเส้นทางที่คาดเดาไม่ได้ พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินเสมอ การผจญภัยแบบออฟโรดอาจพบเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ เช่น ยางรั่ว ติดหล่ม ลุยน้ำ หรือสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งเป็นสิ่งที่คอออฟโรดทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือเสมอ ฟอร์ดแนะนำให้ผู้ขับขี่จัดเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน อุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์นำทาง อุปกรณ์กู้ภัย และชุดเครื่องมือซ่อมบำรุงแบบพกพาไว้ก่อนออกเดินทาง และตรวจสอบให้แน่ใจว่า อุปกรณ์ทั้งหมดใช้งานได้และหยิบจับได้ง่าย นอกจากนี้ นักเดินทางยังจำเป็นต้องเตรียมอาหาร น้ำ และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เพื่อให้เดินทางได้อย่างปลอดภัยและอุ่นใจ“หากเป็นไปได้ ควรมีเพื่อนร่วมทางขับรถไปด้วยอีกคัน และควรมีแผนกู้ภัยที่ชัดเจนเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน” นายวุฑฒิกร กล่าวเสริม ฟอร์ดผู้นำด้านการขับขี่ออฟโรด ฟอร์ดยังคงพัฒนารถยนต์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโรด ไม่ว่าจะเป็นฟอร์ด เรนเจอร์ ที่มีความแข็งแกร่ง อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีอันชาญฉลาด หรือฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจ้าของฉายา ‘ดุดัน ไม่เกรงใจใคร’ ซึ่งถือเป็นสุดยอดรถกระบะสมรรถนะสูงที่สะท้อนดีเอ็นเอของ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ สำหรับผู้ที่ต้องการทั้งความสมบุกสมบันและความสะดวกสบาย ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มอบเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ พร้อมประสิทธิภาพในการบุกตะลุยทุกสภาพถนน ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยในวันพักผ่อน นอกจากนี้ ในตลาดต่างประเทศ ฟอร์ด ยุโรปและออสเตรเลีย ยังได้เปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ PHEV ซึ่งผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ากับสมรรถนะอันแข็งแกร่งของรถออฟโรดได้อย่างลงตัว สะท้อนความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการส่งมอบทางเลือกรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าในกว่า 180 ประเทศ บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากผู้เขียน ทดสอบ TOYOTA HILUX TRAVO “ไฮลักซ์ ทราโว่” Overland Plus 4TREX เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The-all new electric CLA ในราคา 2.29 ล้านบาท GWM เปิดราคา GWM ORA 5 สองขุมพลัง ราคาแนะนำช่วงเปิดตัวรุ่น HEV 709,000-779,000 บาท และราคาคาดการณ์รุ่น EV 629,000-699,000 บาท พร้อม GWM TANK 300 DIESEL Forest Phantom Limited Edition ที่... ข้อมูล TOYOTA LAND CRUISER FJ 2026 “MOONEYES of Bangkok” ฉลองครบรอบ 10 ปี สุดยิ่งใหญ่! ทิ้งคำตอบไว้ ยกเลิกการตอบ กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ! กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่ คุณป้อนที่อยู่อีเมลไม่ถูกต้อง! กรุณาใส่ที่อยู่อีเมลของคุณที่นี่ บันทึกชื่ออีเมลและเว็บไซต์ของฉันในเบราว์เซอร์นี้ในครั้งต่อไปที่ฉันแสดงความคิดเห็น Δ