เรื่อง/ภาพ : ปิยวัฒน์ จิตมา
หล่อเข้มคุมง่ายสบายมาพร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า เทคโนโลยีความปลอดภัยครบรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ แรงม้าเพิ่มจากรุ่นปกติเป็น 204 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร ตอบสนองดีมั่นใจ ทุกการเดินทาง

การออกแบบภายนอกเปลี่ยนไปจากเดิมในโฉมนี้มีความแข็งแรงและดุดันมากขึ้น เน้นความเหลี่ยมสันตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย มีสีส้ม Yamabuki Orange Metallic มีความโดดเด่นฉพาะตัว สีนี้จะเป็นสีพิเศษเฉพาะรุ่น รอบคันมีชุดแต่งรอบคันเป็นสีดำ ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว (Alloy 18 x 7 5J) ขนาดยางหน้าและหลัง 265/60R18
สปอร์ตบาร์สีดำ มือเปิดประตูด้านนอก สีดำเงา (Material Black Door Handle) บันไดข้างตกแต่งสีไทเทเนียมรมดำ (Smoke Titanium Accent Side Step) กระจกมองข้างปรับ และพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า สีดำเงา
กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถพร้อมสัญลักษณ์ “MITSUBISHI” (Material Black with “MITSUBISHI” Mark) แผ่นกันกระแทกด้านล่าง (Skid Plate) ราวหลังคา (Roof Rail) อุปกรณ์ตกแต่งกันชนหน้า สีดำตกแต่งด้วยสีไทเทเนียมรมดำ (Black Painted with Smoke Titanium Accent Front Bumper Garnishi)
มือเปิดกระบะท้าย สีดำเงา,ตัวล็อกกระบะท้าย กันชนหลัง สีดำตกแต่งด้วยสีไทเทเนียมรมดำ , อุปกรณ์ตกแต่งซุ้มล้อ สีดำเงา
ไทรทัน แอทลีท มีมาให้เลือกครบไลน์ทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และขับเคลื่อน 2 ล้อ และ ดับเบิ้ล แค็บ อัลตร้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ ทีมีระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Diamond Sense with Adaptive Cruise Control)มาด้วย
ส่วนชุดไฟหน้า ไฟหน้าแบบ LED มาพร้อมระบบเปิด/ปิดไฟอัตโนมัติ (Automatic Headlight) รวมถึงยังมีไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Light) ที่สีเส้นที่เฉียบคม
ภายในดูสปอร์ตด้วยการเลือกใช้สี พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมด้ายสีส้ม พวงมาลัยแบบไฟฟ้ามัลติฟังก์ชันปรับระดับ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ และเข้า-ออก หัวเกียร์ หุ้มหนัง ที่วางแก้ว 4 ตำแหน่งที่คอนโซลกลาง และช่องปรับอากาศซ้าย-ขวา
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ LCD 7 นิ้ว (7″ Color LCD Multi Information Display) และยังมี ระบบ Auto Stop & Go พร้อมปุ่มปิดการทำงาน ระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า เบาะด้านผู้ขับขี่ (Power Adjustment Lumbar Support – Driver Seat)
ระบบบังคับเลี้ยว เป็นแบบ แรคแอนด์พิเนียนพร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (Steering System – Rack and Pinion with Electric Power Steering) มือเปิดประตูภายในสีไทเทเนียมรมดำ วัสดุหุ้มเบาะ : หนังกลับ และหนังสังเคราะห์สีดำ-ส้ม (Black-Orange Suede Knit and Synthetic Leather) เบาะนั่งแบบปรับระดับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทางด้านผู้ขับขี่
ล้ำไปอีกขั้นกับ ไดมอนด์ เซนส์ ทีมีระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Diamond Sense with Adaptive Cruise Control) โดยจะมาพร้อมกับ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation System: FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning: BSW)
พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist: LCA) ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert: RCTA) ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto High Beam: AHB) กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM)
ซึ่งเทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งหมดนี้ สามารถตรวจจับการเคลื่อนที่ของตัวรถและสภาพแวดล้อมด้วยเซ็นเซอร์และเรดาร์ที่ควบคุมด้วยระบบ AI ได้รอบคัน เพื่อความปลอดภัยแบบ 360 องศา ทั้งยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่เข้ามาช่วยให้ขับขี่ได้เช่น ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA)
และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้ายแบบควบคุมด้วยเบรก (Active LSD) เสริมด้วยถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งเป็น
นอกจากนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ “ไฮเปอร์พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู” (Hyper Power X2) ซึ่งมีระบบเทอร์โบสองสเตจ (Two-stage Turbocharger) และระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) ช่วยให้ควบคุมตัวรถได้ง่าย โดยระบบเหล่านี้จะใน ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท
ได้ทุกเส้นทางกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู” (Super Select 4WD II)
เจ้าเดียวในตลาดที่มี 4H ฟูลไทม์ เสริมด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)
ออล-นิว ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู” (Super Select 4WD II) โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (4H) ได้ทันทีแม้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง (Shift-on-the-Fly)
พร้อมไปในทุกสภาพเส้นทางกับ 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ (Normal), โหมดประหยัดเชื้อเพลิงและรักษ์โลก (Eco), โหมดขับขี่บนทางลูกรังหรือทางฝุ่น (Gravel), โหมดขับขี่บนพื้นหิมะหรือขณะฝนตกผิวถนนเปียกลื่น (Snow), โหมดขับขี่ลุยโคลนหรือผิวทางที่เหนียวลื่น (Mud), โหมดขับขี่ตะลุยทรายหรือผิวทางที่ดินร่วน (Sand), โหมดไต่หินหรือขับขี่บนผิวทางที่เป็นหินขรุขระ (Rock) และแตกต่างอย่างเหนือกว่าด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)
รวมถึงยังมีเทคโนโลยี “มิตซูบิชิ คอนเนค” (MITSUBISHI CONNECT)
เทคโนโลยีเทเลมาติกส์ (Telematics) ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างคุณและรถยนต์ ซึ่งมีชื่อว่า “มิตซูบิชิ คอนเนค” (MITSUBISHI CONNECT) ที่ติดตั้งในออล-นิว ไทรทัน แอทลีท ทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และขับเคลื่อน 2 ล้อ รวมถึง ออล-นิว ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัลตร้า เกียร์อัตโนมัติ สามารถรองรับได้ทั้งระบบ iOS และ Android
โดยเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน “My MITSUBISHI CONNECT” เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในสั่งการตัวรถได้แบบไร้สายจากระยะไกล ใช้งานง่าย ทั้งการเปิดระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารได้จากระยะไกล การล็อกและปลดล็อกประตูรถ
การค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของตัวรถ การเปิดไฟส่องสว่าง และการกดแตรรถ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานะตัวรถ เช่น ระดับน้ำมันคงเหลือและระยะทางที่วิ่งต่อได้ ความดันลมยาง
มีฟังก์ชันความปลอดภัยอื่นๆ เช่นบริการช่วยเหลือบนถนน (Roadside Assistance) การแจ้งอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การช่วยเหลือเมื่อรถถูกโจรกรรม (Stolen Vehicle Assistance) และอุ่นใจตลอดเส้นทางด้วยระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS ผ่านตัวรถ (e-call)
สรุปความรู้สึกหลังได้ทดสอบ สิ่งที่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างแรกเลย คือเรื่องของน้ำหนักพวงมาลัยที่เปลี่ยนมาเป็นแบบไฟฟ้าถือว่าสู้กับคู่แข่งได้ ด้านสมรรถนะตอบสนนองได้ดีทั้งในรอบต้นและช่วงเร่งแซงรวมถึงความเร็วปลายต่อเนื่องนุ่มนวล
ยิ่งได้ช่วงล่างที่ปรับเซ็ตใหม่ยิ่งทำให้เรามั่นใจ ขณะเดียวกันระบบขับเคลื่อน 4ล้อยังเป็นไฮไลต์ของเขาได้เสมอ แล้วครั้งนี้ยังได้ Active Yaw Control: AYC หรือระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง ยิ่งมั่นใจยิ่งขึ้นแม้จะเป็นทางฝุ่นหรือทางลื่นก็ตาม ส่วนราคาค่า Triton Athlete 2.4 6AT 4×4 ตัวอยู่ที่ 1,298,000 บาท