หน้าแรก CAR นิสสัน ต้นแบบ จีที–อาร์ (GT-R) อัลตร้า-ลิมิเต็ด CARWORLD CAR นิสสัน ต้นแบบ จีที–อาร์ (GT-R) อัลตร้า-ลิมิเต็ด โดย Tong Tmotortrip - กรกฎาคม 15, 2018 800 0 แบ่งปัน FacebookTwitterPinterestอีเมลLINECopy URL จีที–อาร์ (GT-R) อัลตร้า-ลิมิเต็ด นิสสัน และ สำนักออกแบบ อิตัลดีไซน์ เปิดตัว รถต้นแบบสร้างบนพื้นฐานของนิสสัน จีที–อาร์ นิสโม รุ่นปี 2018 เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของทั้งจีที–อาร์ และ อิตัลดีไซน์ โยโกฮามา, ประเทศญี่ปุ่น / ตูริน, ประเทศอิตาลี : นิสสัน และ อิตัลดีไซน์ (Italdesign) ร่วมมือกันครั้งแรกเพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ต้นแบบ นิสสัน จีที–อาร์50 รถต้นแบบสร้างบนพื้นฐานของนิสสัน จีที–อาร์ นิสโม รุ่นปี 2018 รถรุ่นสุดเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของทั้งจีที–อาร์ และ อิตัลดีไซน์ และพร้อมเผยโฉมเป็นครั้งแรกเดือนสิงหาคมนี้ที่ยุโรป • โดยอิตัลดีไซน์ รับหน้าที่ในการพัฒนา งานวิศวกรรม และการสร้างสรรค์รถ ขณะที่การออกแบบภายนอกและภายในอันโดดเด่นได้รับการสร้างสรรค์จากทีมงานที่ หน่วยงานออกแบบของนิสสันของยุโรป ในกรุงลอนดอน และ หน่วยงานออกแบบของนิสสันในสหรัฐอเมริกา ที่สุดของการออกแบบ •เริ่มต้นที่บริเวณส่วนหน้า นิสสัน จีที–อาร์50 โดย อิตัลดีไซน์ มีส่วนประกอบที่ใช้สีทองตกแต่งซึ่งทอดยาวเกือบเต็มในส่วนความกว้างของตัวรถ ฝากระโปรงมีความโดดเด่นชัดเจนมากขึ้น พร้อมไฟหน้า LED รูปทรงเพรียงบาง ลากยาวจากแนวล้อหน้าไปจนถึงริมแผงหน้าที่เป็นช่องระบายความร้อน ขณะที่ด้านข้าง แนวเส้นหลังคา (roofline) ได้ปรับลดลง 54 มิลลิเมตรเสริมให้มีความโดดเด่นมากขึ้น พร้อมลดความสูงในส่วนตรงกลาง ขณะที่ส่วนนอกปรับยกขึ้นเพื่อให้ความแข็งแกร่งของหลังคา นอกจากนี้ช่องระบายความร้อนด้านหลังล้อ ทรง “ดาบซามูไร” อันเป็นสัญลักษณ์ จีที–อาร์ ถูกเสริมความโดดเด่นขึ้นด้วยการใช้แผ่นสีทอง และขยายจากด้านล่างของประตูไปที่เส้นข้างของตัวรถ (Shoulder line) •ส่วนด้านหลังของตัวรถ ถูกไฮไลต์ด้วยการเสริมความกว้าง และ เส้นสายที่ให้ความแข็งแกร่งรอบๆล้อสายข้างที่ลู่ลงบริเวณหน้าต่างด้านหลังถูกดึงเข้าหาจุดกึ่งกลางของฝากระโปรงท้าย ด้วยการออกแบบที่น่าทึ่งนี้ ทำให้หน้าต่างด้านหลังจะมีระยะที่ยาวขึ้นและลึกกว่ารถรุ่นมาตรฐาน ซึ่งเมื่อรวมกับการใช้ชิ้นส่วนสีทอง ส่งผลให้มีความโดดเด่นมากขึ้นในส่วนด้านหลังของตัวรถ •ไฟท้ายทรงกลมคู่เอกลักษณ์ของจีที–อาร์ ได้รับการขยายให้ ลอยตัว และ แยกห่างกัน จากการใช้วงแหวนบางๆ และปรับลดส่วนกลางให้ลึกลง ติดตั้งบริเวณมุมนอกและตรงกลางของฝาท้ายด้านหลัง ขณะที่ ปีกหลังขนาดใหญ่ที่ปรับองศาได้ถูกติดตั้ง เสริมความดุดัน ล้อที่ถูกออกแบบเป็นพิเศษ ขนาด 21 x 10 นิ้ว ด้านหน้า และ 21 x 10.5 นิ้ว สำหรับ ด้านหลัง สร้างความโดดเด่นของรถ มาพร้อมสี Liquid Kinetic Grey สำหรับภายนอก ที่สอดแทรกโทนสีทอง Energetic Sigma Goldสำหรับการเฉลิมฉลอง •สำหรับภายในของ จีที–อาร์50 อิตัลดีไซน์ออกแบบให้สื่อถึงความทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ สองชนิดที่แตกต่างกันไป เต็มบริเวณแผงคอนโซลกลาง แผงหน้าปัดและวัสดุที่ใช้บุพื้นผิว รวมถึง วัสดุอัลคานทารา (Alcantara) สีดำและเบาะนั่งหนังแท้จากอิตาลีสีดำ พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุสีทอง ในโทนเดียวกับรูปลักษณ์ภายนอก บริเวณแผงหน้าปัดประตูและสวิตช์ต่างๆที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถในอนาคต ขณะที่พวงมาลัยที่ทำขึ้นเฉพาะ ที่บริเวณแกนกลางและวงพวงมาลัยของทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ โดยหุ้มด้วยวัสดุอัลคานทารา สมรรถนะที่เพิ่มมากขึ้น •ภายใต้รูปลักษณ์ใหม่ นิสสัน จีที–อาร์ 50 จากอิตัลดีไซน์ ถือเป็นการร่วมมือกันทางธุรกิจ จากประสบการณ์การแข่งรถในคลาสจีที3 (GT3) และนิสสัน มอเตอร์สปอร์ต หรือ นิสโม (NISMO) ได้พัฒนาเครื่องยนต์ แบบ วี 6 ขนาด 3.8 ลิตร ที่ประกอบด้วยมือของผู้เชี่ยวชาญอย่าง VR38DETT ให้กำลังสูงสุดกำลัง 720 ps และให้แรงบิดสูงสุดถึง 780 Nm •เครื่องยนต์ถูกพัฒนาโดยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศด้วยเทอร์โบชาร์เจอร์ขนาดใหญ่เช่นเดียวกับรถจีที3 ที่ใช้สำหรับการแข่งขันปรับขนาดอินเตอร์คูลเลอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ใช้เพลาข้อเหวี่ยง ลูกสูบ และแบริ่ง แบบทนทานต่อการใช้งานหนัก ปรับองศาเพลาลูกเบี้ยว หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง และการปรับตั้งการจุดระเบิด ระบบไอดีและไอเสีย รวมถึง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบซีเควนเชียล ดูอัลคลัตช์ 6 สปีด พร้อมเฟืองท้ายที่ส่งพละกำลังลงสู่ทุกๆล้อ •สำหรับช่วงล่างจีที-อาร์50 ใช้Bilstein® DampTronic) ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งได้ ระบบเบรกของ (Brembo® แบบคาลิปเปอร์ 6 สูบที่ด้านหน้าและ 4 สูบที่ด้านหลัง มองเห็นคาลิเปอร์สีแดง สำหรับยางสมรรถนะสูงใช้ มิชลิน ไฟลอต ซูเปอร์สปอร์ต (Michelin Pilot Super Sport) ขนาด 255/35 R21 ที่ด้านหน้าและ 285/30 R21 ที่ด้านหลังเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะซึ่งจำเป็นต่อการรองรับพละกำลังของเครื่องยนต์ได้อย่างดี “แม้ว่านี่จะไม่ใช่รุ่นต่อไปของจีที–อาร์ แต่นับเป็นการเฉลิมฉลองที่น่าตื่นเต้นของทั้งสองแบรนด์ในรูปแบบเร้าใจและสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นการรวมระหว่าง แพลตฟอร์มด้านวิศวกรรมที่ดีที่สุดของ Nissan และการออกแบบของญี่ปุ่น กับการปรับแต่งในรูปแบบจากอิตาลี” มร. อัลไบซา กล่าว บทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากผู้เขียน ทดสอบ TOYOTA HILUX TRAVO “ไฮลักซ์ ทราโว่” Overland Plus 4TREX เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The-all new electric CLA ในราคา 2.29 ล้านบาท GWM เปิดราคา GWM ORA 5 สองขุมพลัง ราคาแนะนำช่วงเปิดตัวรุ่น HEV 709,000-779,000 บาท และราคาคาดการณ์รุ่น EV 629,000-699,000 บาท พร้อม GWM TANK 300 DIESEL Forest Phantom Limited Edition ที่... ข้อมูล TOYOTA LAND CRUISER FJ 2026 “MOONEYES of Bangkok” ฉลองครบรอบ 10 ปี สุดยิ่งใหญ่! ทิ้งคำตอบไว้ ยกเลิกการตอบ กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ! กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่ คุณป้อนที่อยู่อีเมลไม่ถูกต้อง! กรุณาใส่ที่อยู่อีเมลของคุณที่นี่ บันทึกชื่ออีเมลและเว็บไซต์ของฉันในเบราว์เซอร์นี้ในครั้งต่อไปที่ฉันแสดงความคิดเห็น Δ