เรื่อง:ภาพ /ปิยวัฒน์ จิตมา
เราเดินทางมาจังหวัดสุโขทัยหลายรอบ ต้องบอกว่าแต่ละฤดูกาลมีความงดงามแตกต่างกันออกไปบางครั้ง ความชุ่มฉ่ำของน้ำฝนช่วยให้พื้นหญ้าชูช่อเขียวเผยถึงความสดชื่น อิฐและผนังปูนเกิดลายพลิ้วแห่งกาลเวลาแสดงความเก่าอย่างมีมนต์ขลัง โดยเฉพาะวัดศรีชุมองค์พระยังคงอ่อนช้อยและงดงามเป็นพุทธศิลป์ล้ำค่าแม้กาลเวลาล่วงเลยยาวนาน
ทริปนี้เราตั้งใจมาเก็บภาพความงดงามกันที่วัดศรีชุมเป็นวัดที่มีเรื่องราวให้หลายคนได้ค้นหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระพูดได้ที่เล่าสืบต่อกันมา อุปกรณ์ในการถ่ายภาพของเราใช้กล้อง Cannon 6D มีเซ็นเซอร์แบบฟลูเฟรม ช่วงเวลาที่เราเดินทางมาถึงเป็นช่วงสายแสงไม่ค่อยแข็งมากเหมาะแก่การถ่ายภาพ

สำหรับวัดศรีชุมตั้งอยู่ห่างจากวัดพระพายหลวงไปทางทิศตะวันตก 800 เมตร เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระอจนะ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 11.30 เมตร ลักษณะของวิหารสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป แต่หลังคาพังทลายลงมาหมดแล้ว เหลือเพียงผนังทั้งสี่ด้าน ผนังแต่ละด้าน ก่ออิฐถือปูนอย่างแน่นหนา ผนังทางด้านใต้มีช่องให้คนเข้าไปภายใน และเดินขึ้นไปตามทางบันไดแคบ ๆ ถึงผนังด้านข้างขององค์พระอจนะ หรือสามารถขึ้นไปถึงสันผนังด้านบนได้

ภายในช่องกำแพงตามฝาผนังมีภาพเขียนเก่าแก่แต่เลอะเลือนเกือบหมด ภาพเขียนนี้มีอายุเกือบ 700 ปี นอกจากนี้แล้วบนเพดานช่องบันไดยังมีแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายเรื่องชาดกต่าง ๆ มีจำนวนทั้งหมด 50 ภาพ เมื่อเดินตามช่องทางบันไดขึ้นไปจะโผล่บนหลังคาวิหารมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเก่าสุโขทัยได้โดยรอบแต่ปัจจุบันประตูนี้ได้ปิดไว้เพื่อรักษาภาพแกะสลักเอาไว้ เสียดายที่ขึ้นไปไม่ได้ไม่เช่นนั้นเราคงได้มีภาพสวยๆมาฝากกัน

อีกสิ่งที่หลายคนสงสัยกันว่าเพราะเหตุใดวิหารวัดศรีชุมจึงมีความเร้นลับซ่อนอยู่อย่างนี้ เรื่องนี้หากพิจารณากันอย่างลึกซึ้งแล้วจะพบว่าพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์พระร่วงทรงพระปรีชาสามารถในด้านปลุกปลอบใจทหารหาญ และด้านอื่น ๆ อีกมาก เพราะผนังด้านข้างขององค์พระอจนะมีช่องเล็ก ๆ ถ้าหากใครแอบเข้าไปทางอุโมงค์แล้วไปโผล่ที่ช่องนี้ และพูดออกมาดัง ๆ ผู้ที่อยู่ภายในวิหารจะต้องนึกว่าพระอจนะพูดได้ และเสียงพูดนั้นจะกังวานน่าเกรงขาม เพราะวิหารนี้ไม่มีหน้าต่าง แต่เดิมคงมีหลังคาเป็นรูปโค้งคล้ายโดม เราเดินถ่ายภาพจนทั่วทุกมุมของวัดแห่งนี้ ยิ่งเมื่อเราได้รู้ประวัติเรายิ่งต้องตั้งใจเก็บลายละเอียดเอาไว้ให้มากที่สุดเพื่อจะได้เป็นการบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์เอาไว้ได้อีกทาง





















