ปิยวัฒน์ จิตมา : เรื่อง/ภาพ

ที่ผ่านมาหลายคนกำลังรอคอยการมถึงของรุ่นพิเศษที่เหนือกว่ากระบะทั่วไปของโตโยต้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลายค่ายต่างก็มีรุ่นสุดยอดที่เหนือจากตัวท็อปสุดขึ้นไป ทั้งด้านสมรรถนะและการออกแบบที่แตกต่างออกไป

โตโยต้าจึงเปิดตัวรุ่นพิเศษอย่าง HILUX REVO GR Sport 4×4 เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและเทคโนโลยีขั้นของเขาดังจะเห็นได้จากการแข่งขันในรายการต่างๆที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก

แน่นอนที่สุดว่านี่คือการพัฒนาอย่างก้าวล้ำเพื่อแสดงถึงความเป็นตัวตนของสายลุย เปลี่ยนไปในทุกมุมมอง เน้นทั้งหล่อและลุยแบบจัดเต็มระบบ มาดูว่าเขามีอะไรน่าสนใจ

สำหรับ HILUX REVO GR Sport 4×4  เป็นรถที่ออกแบบและพัฒนา ภายใต้วิสัยทัศน์ “Making Ever-better Motorsports-bred Cars” ด้วยความมุ่งหวังให้เป็นมากกว่าแค่รถกระบะเพื่อการใช้งาน แต่เป็นรถที่จะร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่และการผจญภัย

ตั้งแต่ที่ผมเห็นเขาครั้งแรกผมก็เชื่อว่า HILUX REVO GR Sport 4×4  จะเพิ่มความสนุกในการขับขี่ ทีมพัฒนาได้ทุ่มเทกำลังในการเพิ่มขีดจำกัดในการขับขี่ ทั้งบนถนนทางเรียบ (ออนโรด) และ ทางขรุขระที่มีอุปสรรคธรรมชาติ (ออฟโรด)

หากดูจากข้อมูลแล้วเราจะเห็นว่า Hilux REVO GR Sport 4×4 ถูกพัฒนาใหม่ โดยได้มีการปรับความสูงและความกว้างของรถ ทั้งฐานล้อรวมถึงเพิ่มโป่งแก้มซุ้มล้อ ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการลุยไปบนถนนออฟโรด แล้วที่สำคัญโตโยต้ายังได้เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่บนถนนทางเรียบ

อีกทั้งเครื่องยนต์ได้ถูกพัฒนาเพิ่มกำลังเพื่อเพิ่มความสนุกและการตอบสนองในการขับขี่ ในส่วนของดีไซน์ Hilux REVO GR Sport 4×4 มาพร้อมกับการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง rally และ รูปลักษณ์ที่สปอร์ตทั้งภายนอก และ ภายในตามคอนเซปต์ของ Gazoo Racing ที่มาคู่กับความสมดุลตามหลักอากาศพลศาสตร์”

ส่วนที่เปลี่ยนไปสรุปแล้วเป็น Highlight ของ Hilux REVO GR Sport 4×4 มาให้ดูดังนี้

1.ดีไซน์ภายนอกได้รับการออกแบบให้มีความเป็นรถกระบะออฟโรด DAKAR Rally ออกแบบให้มีทั้งการป้องกันในการก้าวข้ามอุปสรรค ในขณะเดียวกันก็จัดการเรื่องอากาศพลศาสตร์ได้อย่างดี

จุดเด่นคือดีไซน์ใหม่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมตัวถังขนาดกว้างขึ้นและสูงขึ้น มิติองศาด้านหน้าเชิดขึ้น 20 มิลลิเมตร ก้าวข้ามขีดจำกัดในเส้นทางออฟโรดได้ดียิ่งขึ้น

2.สมรรถนะเครื่องยนต์Hilux REVO GR Sport 4×4  ใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์  ปรับจูนใหม่ แรงขึ้น 10% กำลังสูงสุด 224 แรงม้า (165 กิโลวัตต์) แรงบิด 550 นิวตัน/เมตร พร้อมเกียร์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น

สอดรับกับกำลังเครื่องยนต์เป็นอย่างดี พร้อมโหมดสปอร์ตที่ปรับจูนมาเฉพาะรุ่น Hilux REVO GR Sport 4×4  รีดกำลังเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น ขับสนุกได้ทุกเส้นทาง

3.ระบบช่วงล่างมีการปรับปรุงให้มีระยะฐานล้อหน้ากว้างขึ้น 140 มิลลิเมตร ด้านหลัง 155 มิลลิเมตร ช่วยให้เกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น ความสูงจากพื้นเพิ่มขึ้น 37 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบโช้คอัพหน้ากระบอกเดี่ยว (Monotube) พร้อมปรับจูนคอยน์สปริง

ระบบโช้คอัพหลังพร้อมแหนบแบบนุ่ม เบรกหลังพัฒนาจากดรัมเบรคเป็นดิสเบรก ตกแต่งด้วยคาลิปเปอร์สีแดง เพิ่มความสปอร์ตให้กับรถ ล้ออัลลอยด์ 17 นิ้ว มาพร้อมกับยาง BF Goodrich All terrain 265/65R17

4.ดีไซน์ภายในอัพเกรดให้ความรู้สึกพรีเมียมมากขึ้น ในห้องโดยสารที่มีธีมสีดำทั้งคัน เบาะวัสดุหนังกลับ (Suede) กระชับตัวผู้ขับขี่ได้ดีขึ้น ดีไซน์สอดรับกับสมรรถนะความเป็นรถแข่ง โทนสีดำภายในตัดด้วย เซนเซอร์มาร์กและเข็มขัดนิรภัยสีแดง อัดแน่นด้วยอุปกรณ์เสริมความสะดวกสบาย อาทิ จอกลางคอนโซลขนาด 25 นิ้ว พร้อม Wireless Apple Carplay & Android Auto แท่นชาร์ตโทรศัพท์แบบไร้สาย

ระหว่างการทดสอบเราได้สัมผัสกับสิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรื่องของสมรรถนะที่พร้อมตอบสนองทุกการเร่งแซง โดยรอบเครื่องยนต์สูงทำให้การพุ่งไปข้างหน้าพร้อมอยู่เสมอ ทว่ายิ่งเมื่อเราได้เปลี่ยนโหมดมาอยู่ในส่วนของสปอร์ตมันยิ่งทำให้รู้สึกได้ชัดเจน

ทว่ากำลังพละกำลังที่ปรับจูนใหม่นั้นมีความแรงที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 10% กำลังสูงสุด 224 แรงม้า (165 กิโลวัตต์) แรงบิด 550 นิวตัน/เมตร มันก็ส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองเป็นเงาด้วยเช่นกัน แต่ถ้าถามว่าสนุกไหมบอกเลยว่าดีมาก

การออกแบบภายนอกที่ดูกว้างขึ้นส่งผลให้ทุกอย่างดูดีขึ้นเปลี่ยนมุมมองให้แตกต่างออกไปจากรุ่นที่มีอยู่ค่อนข้างชัดเจนสำหรับผมคิดว่าเขาดูดุขึ้น มุมมองภายในรถอาจได้เป็นปัญหาแต่มันกลับควบคุมได้ง่าย ทั้งนี้เป็นผลมาจากการปรับเซ็ทช่วงล่างมาใหม่ โดยเลือกใช้โช้คอัพหน้ากระบอกเดี่ยว (Monotube) พร้อมปรับจูนคอยน์สปริง ระบบโช้คอัพหลังพร้อมแหนบแบบนุ่ม

พอได้ลุยบนเส้นทางออฟโรดทางฝุ่นที่เป็นหลุมบ่อ กลายเป็นว่าช่วงล่างเอาอยู่ได้อย่างน่าประทับใจ แต่ในขณะเดียวกันบนทางลาดยางทางเลียบยิ่งทำให้เรารู้สึกนิ่งได้อย่างน่าประหลาดใจ ถึงอย่างไรก็ตามบางช่วงที่เป็นทางขรุขระแบบต่อเนื่องเรายังสัมผัสได้ถึงความแข็งกระด้างบ้างเป็นระยะ

ส่วนห้องโดยสารนั้นเป็นสิ่งที่ต้องชมในเรื่องของการเลือกใช้เบาะกึ่งบัคเก็ตซีสเป็นผ้าหนังกลับมันทำให้เรารู้สึกกระชับลำตัวแล้วยังให้ตัวไม่ลื่นเป็นเพราะผ้าของเบาะมีความหนืดกับเสื้อ ซึ่งเป็นส่วนดีของการยเดินทางแบบออโรดในส่วนนี้รู้สึกชอบ

ในขณะที่สายเข็มขัดนิรภัยเป็นสีแดงทั้งหน้าและหลัง รวมถึงยังมีเรดมาร์กที่พวงมาลัยมาให้ด้วยพร้อมแพดเดิ้ลชิพท์ พนักพิงศรีษะปักโลโก้ GR มาให้ ผมว่าโดยรวมถือว่าโอเค

ระบบความปลอดภัยมีมาให้เพียงพอ เช่น

ระบบกล้องมองภาพรอบคัน PVM ,

ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกBSM,

ระบบเตือนขณะถอยรถ RCTA ,

ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ,

ระบบเตือนความปลอดภัยก่อนการชน PCS,

ระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมระบบหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA,

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC

สรุปความรู้สึกหลังได้ทดสอบผมว่านี่คือสิ่งสำคัญที่โตโยต้าเดินมาถูกทางในการพัฒนารถ ผมเชื่อว่าต่อจากนี้เขาจะยังส่งเทคโนโลยีต่างๆมายังรุ่นนี้อย่างแน่นอน การตอบสนองของเครื่องยนต์ทำได้ดีในทุกช่วงความเร็ว ในขณะเดียวกันแรงสะเทือนทั้งหมดถูกจัดการได้อย่างเรียบร้อยด้วยช่วงล่างที่ปรับเปลี่ยนใหม่

ผมคิดว่าโช้คชุดนี้น่าจะดีที่สุดที่โตโยต้าทำรถโรงงานออกมา ส่วนภายในบางจุดยังไม่ค่อยต่างจากรุ่นปกติทั่วไป รวมถึงพวงมาลัยยังไม่ใช่แบบไฟฟ้าซึ่งต่างจากคู่แข่ง แต่ในอนาคตผมคิดว่าโตโยต้าต้องจัดเต็มอีกรอบแน่นอน เพราะอย่างน้อยเขาก็มีของอยู่แล้วที่เหลือยรอดูว่าจะอะไรต่อยอดหลังจากนี้ ราคาค่าตัว Hilux REVO GR Sport 4×4  1.499 ล้านบาท


ข้อมูลเทคนิค


รุ่นรถ                 TOYOTA HILUX REVO GR Sport 4×4

แบบตัวถัง           pick-up trucks 4×4

มิติ(กว้าง xยาว x สูง มม.)   2,030 x 5,320 x 1,880


แบบเครื่องยนต์   4 สูบแถวเรียง ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน MIVEC

รหัส                1GD-FTV (High)

ความจุ               2,755  ซีซี.

กำลังสูงสุด          224 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด        550 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 -2,800 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง       AT 6จังหวะ

ระบบขับเคลื่อน    4×4 WD

พวงมาลัย           แร็คแอนด์พิเนียน พาวเวอร์


อัตราเร่ง

ความเร็วสูงสุด      200 กม./ชม.(โดยประมาณ)

ความจุถังน้ำมัน    80 ลิตร

ขนาดยาง/หน้า/หลัง 265/65 R17 BF Goodrich


ช่วงล่าง 

หน้า                   แบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ แบบ Monotube

หลัง                   แหนบซ้อน พร้อมช็อคแอบซอร์บเบอร์ แบบ Monotube


ระบบเบรก

หน้า/หลัง    ดิสก์/ดิสก์ / ABS/EBD & EBA

เว็บไซต์               www. toyota.co.th


ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่