จะใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ V6 ICE ร่วมกับระบบไฮบริด 800 V จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่สถาปัตยกรรมนี้เป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน 499P ซึ่งคว้าชัยชนะติดต่อกัน 2 ครั้งในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans แล้วเทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกถ่ายทอดลงใน F80 รุ่นใหม่อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ระบบส่งกำลังยังได้รับการเสริมด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีเทอร์โบไฟฟ้า (e-turbo) เป็นครั้งแรกในรถยนต์ Ferrari โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งไว้ระหว่างกังหันและคอมเพรสเซอร์ของเทอร์โบแต่ละตัว ช่วยให้ส่งกำลังเฉพาะเจาะจงได้อย่างแม่นยำและตอบสนองได้ทันทีตั้งแต่รอบเครื่องต่ำ
โดยเทคโนโลยีต่างๆนำมาโดยตรงจากการแข่งรถของ Ferrari โดยปลอกแม่เหล็กที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ล้วนเป็นโซลูชันที่ได้มาจากการออกแบบชุด MGU-K ที่ใช้ใน Formula 1
ผลลัพธ์นี้ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นด้วยระบบกันสะเทือนแบบแอ็คทีฟซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างเอฟเฟกต์กับพื้นดินโดยตรง รวมถึงสมรรถนะได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเพลาหน้าแบบไฟฟ้าซึ่งให้ความสามารถในการขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อใช้แรงบิดและกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และระบบเบรกใหม่พร้อมเทคโนโลยี CCM-R Plus ที่ถ่ายทอดมาจากสนามแข่ง
ตัวถังของ Ferrari F80 เป็นแบบใหม่หมดและผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์พรีเพร็กเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ใน Formula 1 และมอเตอร์สปอร์ตอื่นๆ ส่วนฝากระโปรงหน้ามี S-Duct ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนคงที่ที่เชื่อมต่อปีกหน้าทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน