เรื่อง/ภาพ:ปิยวัฒน์ จิตมา

วิถีชีวิตย่อมเปลี่ยนไปตามเวลา แต่ทว่าใช้ไม่ได้ที่แห่งนี้ ทะเลสาบอินเลหรือที่ถูกต้องคืออี้นเล่ส่วนใทยใหญ่จะออกเสียงจะเรียกว่า หนองอางเล เอาเป็นว่าเราเรียกแบบไทยคือ อินเล

อินเล ถือเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในบริเวณทิวเขาฉาน ห่างจากเมืองตองจีประมาณ 25 กิโลเมตร อยู่ในประเทศพม่า หากนับขนาดที่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่ามีพื้นที่ประมาณ 116 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 880 เมตรในช่วงฤดูแล้งความลึกของน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1 เมตร โดยมีจุดที่ลึกที่สุดคือ 3.7 เมตร แต่ในช่วงฤดูฝนสามารถเพิ่มขึ้นได้กว่า1.5 เมตร

ทว่าชาวบ้านบอกปัจจุบันน้ำจะตื้นกว่าเดิมด้วยโคลนที่ไหลมาระช่วงน้ำท่วมแล้วไม่ไหลออกไป ทะเลสาบแห่งนี้จะมีสัตว์สายพันธุ์เฉพาะถิ่น หอยทากกว่า 20 สายพันธุ์ และปลา 9 ชนิดพบว่าไม่มีที่ไหนในโลก บางส่วนของสัตว์เฉพาะถิ่นเหล่านี้ เช่น ปลาซิวซอ-บว่า ปลาซิวกาแล็กซี มีความสำคัญในเชิงพาณิชย์เล็กน้อยสำหรับการค้าให้แก่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และมีนกนางนวลหัวสีน้ำตาลและสีดำอพยพกว่า 20,000 ตัวในเดือนพฤศจิกายน ธันวาคมและมกราคม ที่เรามาไม่เจอเพราะไม่ใช่ช่วงของเขา

ส่วนผู้คนที่อยู่จะเป็นกลุ่มชนที่เรียกตนเองว่า ชาวอี้นต้า (Intha) ชนเผ่านี้อาศัยอยู่รอบทะเลสาบอี้นเล่มานานนับร้อยปีแล้ว โดยใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการทำการเกษตรบนเกาะวัชพืชที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเองกลางลำน้ำในทะเลสาบ เรายังเห็นทุกอย่างเหมือนบนพื้นดินไม่ว่าจะเป็นเกษตร ปลูกผัก ปลูกข้าว หรือมะเขือเทศน์ก็ทำได้ โดยใช้สาหร่ายมาทำเป็นแปลงร่วมก็โคลน

เราเห็นร้านอาหารที่มีอยู่โดยรอบเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวมีร้านขายของที่ระลึกหรือแม้กระทั่งโรงทอผ้าไยบัวที่เป็นภูมิปัญญาโบราณเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นโบราณที่มีเอกลักษณ์และหาได้ยากในโลก โดยใช้ก้านบัวหลวงมาแปรรูปเป็นเส้นใยธรรมชาติ เข้าสู่วิธีการทำอย่างประณีต

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเจดีย์แห่งนี้ประดิษฐานพระพุทธ รูปขนาดเล็ก 5 องค์ ที่ปิดทองจนมองไม่เห็นรูปทรงดั้งเดิมพระพุทธรูปเหล่านี้มีความสูงประมาณ9–18 นิ้ว เชื่อกันว่าพระพุทธรูปเหล่านี้ถูกนำมายังทะเลสาบอินเลโดยพระเจ้าอลองสิทูแห่งราชวงศ์พุกามผู้ทรงครองราชย์ในศตวรรษที่ 12 ชื่อวัดผ่องด่ออู (Phaung Daw Oo Pagoda)

เนื่องจากรูปปั้นเหล่านี้ทำจากทองคำแท้ จึงมีน้ำหนักมากในปี 2019 คณะกรรมการเจดีย์ได้ห้ามผู้แสวงบุญไม่ให้ติดแผ่นทองคำเปลวเพิ่มลงบนรูปปั้น เนื่องจากน้ำหนักของรูปปั้นเหล่านี้และความยากลำบากในการขนส่งสำหรับงานเทศกาลเจดีย์

อีกวัดคือวัดแมวกระโดดที่คนไทยรู้จักกันเป็นวัดไม้สักสักโบราณอายุราว200 ปี ดูเข้มขลังอีกวัดมีพระพุทธรูปงดงามมีทั้งที่เป็นทองและหยกขาว ศิลปะส่วนใหญ่ยังอยู่ครบถ้วนแม้จะเคยถูกน้ำท่วมไปแล้วหลายครั้ง ส่วนคำว่าวัดแมวกระโดด มาจากที่นี่เมื่อก่อน พระสงฆ์เคยฝึกแมวให้กระโดดลอดห่วงแสดงให้นักท่องเที่ยวดู แต่ปัจจุบันทางวัดได้ยกเลิกการฝึกแมวแสดงโชว์แล้วเนื่องจากดูขัดแย้งกับพระธรรมคำสอนของศาสนา

รอยยิ้มของชาวบ้านยังมีให้เห็นอยู่ตลอดสิ่งที่ยึดเหนี่ยวคือศาสนา แรงศรัทธาคือความเชื่อที่ยากจะเลือนไป เช่นเดียวกันกับวิถีชีวิตแบบดังเดิมก็ยังคงอยู่ตลอดไปเช่นกัน เส้นทางทั้งที่เราเดินทางคือเรือเท่านั้นตัดซอกซอยไปมาไม่ต่างจากบนถนนในเมือง.


ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่