กรุงเทพฯ 15 พฤษภาคม 2569 – GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

การดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ประกาศวิสัยทัศน์ “GWM ONE” เพื่อรับมือการแข่งขันที่เข้มข้นและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ซึ่งมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย ‘ความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์’ โดยมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการยืนหยัดในความเป็นจริงทางเทคโนโลยี และการรักษาคำมั่นสัญญาอย่างเคร่งครัด อันเป็นรากฐานที่มั่นคงที่สุดของธุรกิจและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความไว้วางใจในระยะยาวจากผู้ใช้งานทั่วโลก
Return to the Essence: การกลับสู่แก่นแท้ คือคำตอบสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ GWM มองว่า “การกลับสู่แก่นแท้” (Return to the Essence) คือคำตอบสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการให้ความสำคัญกับพื้นฐานอันเป็นหัวใจสำคัญของยานยนต์ โดยมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของตัวรถ ความปลอดภัย และความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งาน มากกว่าเพียงแค่การนำเสนอฟีเจอร์ล้ำสมัยที่เกินความจำเป็น ระบบดีเซลไฮบริด และ เครื่องยนต์ V8 Hi4โดยแนวคิด GWM ONE (Guiyuan) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทั้งปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี และกรอบกลยุทธ์สำหรับการขยายตัวในระดับโลก
แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่าน “การกลับสู่พื้นฐานใน 3 ด้าน” ได้แก่ การกลับสู่แก่นแท้ของอุตสาหกรรมยานยนต์ การกลับสู่ความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ และการกลับสู่จุดเริ่มต้นของผู้สร้าง ควบคู่กับ “4 รากฐานสำคัญ” คือ การยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ความจริงทางเทคโนโลยี รากฐานทางวัฒนธรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมย้ำว่าการสร้างความเชื่อมั่นผ่านคำมั่นสัญญาที่ชัดเจน คือรากฐานสำคัญของความสำเร็จในยุคที่กระแสสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
GWM ONE Platform: แพลตฟอร์มเดียวรองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย
ในด้านเทคโนโลยี GWM ได้พัฒนา GWM ONE Platform ภายใต้แนวคิด “One Platform, Multi Powertrains” มุ่งสร้างทางเลือก มากกว่าจำกัดทางเลือก ช่วยให้รถยนต์เพียงรุ่นเดียวสามารถรองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายและครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นระบบไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), ยานพาหนะไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV), พลังงานไฮโดรเจน (FCEV) และเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้อย่างแท้จริง
โดยหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มนี้คือแนวคิดการผลิตแบบ “Movable Type” ซึ่งแยกรถยนต์ออกเป็นหน่วยฮาร์ดแวร์มาตรฐานมากกว่า 300 รายการ และซอฟต์แวร์กว่า 2,000 ฟังก์ชัน ที่สามารถนำมาประกอบและปรับใช้ร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่น โดยเมื่อผสานเทคโนโลยี AI ทำให้รถยนต์สามารถพัฒนาได้ในลักษณะ “ถอดได้ ปรับได้ และเติบโตต่อได้”
รองรับการพัฒนารถหลากหลายเซกเมนต์และหลากหลายระบบขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว แนวทางนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีอัตราการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันมากกว่า 95% และลดต้นทุนการพัฒนาอย่างมาก ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับทางเลือกที่หลากหลาย มีฟีเจอร์ที่ชาญฉลาด และราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เทคโนโลยี Hi4 ยืดหยุ่นสูง ครอบคลุมทุกการใช้งาน
GWM ยังได้นำเสนอเทคโนโลยี Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD) ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่มีความยืดหยุ่นสูง ครอบคลุมการใช้งานหลากหลายรูปแบบ พร้อมยืนยันว่าจะไม่พัฒนาระบบขับเคลื่อนแบบ Range Extender เนื่องจากเทคโนโลยี Hi4 สามารถตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า โดยถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานที่ครอบคลุมตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงการขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะขั้นสูง ได้แก่
-
Hi-4: เกินความจำเป็นโดยแนวคิด GWM ONEระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เหนือระดับ ที่ผสมผสาน “ความแรงของการขับเคลื่อน 4 ล้อ” เข้ากับ “ความประหยัดของการขับเคลื่อน 2 ล้อ
-
Hi4-Z สำหรับการใช้งานในเมือง ให้ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 200 กม.
-
Hi4-T สำหรับการขับขี่ออฟโรด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีสมรรถนะสูง
-
Super Hi4 ระบบ PHEV สมรรถนะสูง ทำความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ภายใน 4 วินาที ให้ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 400 กม. พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว (DC Charge)