Home TRIP การเดินทางท่องเที่ยวภูเรือ-ด่านซ้าย ถึงเขาค้อ

การเดินทางท่องเที่ยวภูเรือ-ด่านซ้าย ถึงเขาค้อ

0

ปลายฤดูร้อนอากาศคลายตัวเมฆฝนเริ่มตั้งเค้า พืชพรรณและป่าไม้ชูช่อไสวเตรียมพลิใบอ่อนส่งสัญญาณชีวิต ความตั้งใจทริปนี้บันทึกความสุขสามสถานที่ไว้เพื่อเพิ่มไฟแห่งการเดินทาง

            ไม่สายมากของวันธรรมดาเรากำลังเดินทางออกจากเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ภาคอีสานของประเทศไทย ปลายทางอำเภอภูเรือจังหวัดเลย ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับประเทศลาวมีเพียงแม่น้ำโขงกั้นเท่านั้น ชื่อของจังหวัดนี้นักท่องเที่ยวต่างมาเยือนไม่ขาดในฤดูหนาว อย่างภูเรือก็เป็นอีกแลนด์มาร์คที่ได้รับความนิยม ด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีไม่เคยร้อนบนยอดภู รวมถึงความสะดวกสบายของการเดินทาง เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานฯจัดการได้ดี

            ความเย็นน้อยกว่าฤดูหนาวแต่ยังฉ่ำฝน ยอดภูเรือจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาค่อนข้างเยอะเพื่อสัมผัสธรรมชาติ และชมความงดงามของแสงแรกที่ตกกระทบกับเทือกเขาสลับซับซ้อนเกิดริ้วเงามีมิติงดงามตามธรรมชาติอีกแบบ ในบางวันเราจะได้เห็นทะเลหมอกลอยต่ำดูสวยงาม ด้วยอากาศที่เย็นตลอดทั้งปีเราจะเห็นทิวสนสามใบขึ้นเรียงรายสวยงาม ทางเดินถูกปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯและชาวบ้านช่วยกันดูแล รอบๆก็ยังมีทั้งสวนหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ น้ำตก ลานกางเต็นท์ ทุกที่เข้าไปต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด

            ผมยืนอยู่ท่ามกลางความเย็นพักใหญ่ก่อนเดินทางกลับลงมา นอกจากยอดภูเรือที่สวยงามแบบธรรมชาติแล้ว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์น่าเลื่อมใสอย่าง วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง อยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองเป็นบริเวณวัดเงียบสงบตัวศาลาสร้างจากไม้สักทั้งหลังมีความวิจิตรงดงาม ได้เห็นทางขึ้นเป็นพญานาคคู่แกะสลักด้วยหยกเราก็รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่สวยงาม ด้านบนเป็นวิหารไม้สักซึ่งภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย์ (พระกริ่งปวเรศ) ส่วนองค์พระปฏิมากร ด้านในบรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ ทุกคนสามารถมาขอพรได้แต่ต้องแต่งตัวสุภาพ

            แล้วที่สำคัญคือวัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมืองนี้ เป็นพระอารามที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงพระราชทานเงินซื้อ ที่ดินสร้างวัดบนยอดเขาประดิษฐาน องค์พระพุทธรูปปางหมอยา เป็นพระพุทธรูปลักษณะนั่งขัดสมาธิราบ เหมือนปางมารวิชัย แต่พระหัตถ์เบื้องซ้ายถือหม้อน้ำมนต์ ประทับขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย ตัวอาคารมีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรมที่งดงาม แต่ละหลังรอบวิหารจะมีวิหารหลังเล็กด้านในจะมีพระพุทธรูป ส่วนด้านหลังวิหารหลังใหญ่จะเป็นพระนอนองค์ใหญ่ แกะจากหินหยกแม่น้ำโขงจากประเทศพม่า เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกได้ถึงแรงศรัทธา ประตูทุกบานแกะสลักลวดลายสวยงามเกินบรรยายได้หมด

            เส้นทางความงดงามไม่หมด นอกจากภูเรือแล้วในอำเภอด่านซ้าย ก็ยังมีวัดที่มีความวิจิตรงดงามอีกหนึ่งวัดคือวัดเนรมิตรวิปัสนาจุดเด่นความงดงามอยู่ที่พระอุโบสถจะมีลักษณะแบบทรงไทยโชว์ฝาผนังที่เป็นศิลาแลงนำมาจากจังหวัดลำพูนและจังหวัดปราจีนบุรี ดูสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ แล้วพื้นก็บรรจงปูด้วยหิน แกรนิตสีชมพูจากแหล่งหินแกรนิตในจังหวัดเลยดูงดงาม ร่มเย็นส่วนประตูหน้าต่างเป็นไม้มะค่าแผ่นเดียวมีขนาดใหญ่มากส่วนภายในจะเป็นพระประธานปางมารวิชัยซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายกับพระพุทธชินราช โอสถ จำลองแบบมาจาก วัดมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก สีทองอร่ามทั้งองค์เมื่อแสงจากหน้าต่างตกกระทบก่อเกิดรัศมีเปล่งทั่วองค์

ด้านหลังก็จะมี มณฑปพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ เป็นมณฑปที่สร้างด้วยศิลาแลง ส่วนมากแล้วเมื่อได้กราบไหว้พระประธานแล้ว ก็ต้องเลยมาที่มณฑปแห่งนี้ เพราะภายในมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ หรือพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกับพุทธศาสนิกชนร่วมกันสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นรวม รวมถึงสังขารของหลวงพ่อ ซึ่งไม่เน่าเปื่อยเมื่อช่วงวันหยุดก็จะมีลูกศิษย์เดินทางมากกราบไหว้จำนวนมากทุกวัน

            อีกแห่งเราต้องไปเพราะเส้นทางกลับเข้าเมือง คืออำเภอเขาค้อถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแต่เปิดให้ประชาชนได้เข้ามาท่องเที่ยวได้ โดยภายในก็จะมีคำสอนของพระพุธทเจ้าแฝงเอาไว้ตามภาพวาดหรือตัวอาคารที่เป็นที่มาของผาซ่อนแก้วอันเป็นแก่นธรรม วัตถุประสงค์การสร้างเจดีย์นี้ก็เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และเป็น ที่สืบพระศาสนาให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทย เพื่อประโยชน์แก่มนุษยชาติและคนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสเรียนรู้ต่อไปบนยอดเจดีย์บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุซึ่งได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ความพิเศษของเจดีย์ คือ ลวดลายการตกแต่งด้วยถ้วยกระเบื้อง หินสีต่างๆ ดูงดงามแปลกตาและบริเวณใต้ฐานพระเจดีย์ใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนา สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป

            ออกเดินทางทริปนี้เราได้เห็นถึงความเรียบง่ายของชาวบ้าน มีรอยยิ้มเป็นเครื่องยึดโยงไมตรีเอาไว้ด้วยกัน วัฒนธรรมและประเพณีอย่างผีตาโขนก็ยังคงอยู่ เป็นงานเชิญชวนให้ชาวบ้านสำนึกรักบ้านเกิดกลับมาปู่ย่าตายาย รวมถึงสัมผัสถึงคำสอนต่างๆที่แฝงเอาไว้ในแหล่งท่องเที่ยว สามอำเภอทางผ่านมาทริปเดียวเที่ยวครบฉบับนี้เก็บเพียงความทรงจำแล้วพบกันใหม่ครับ

            การเดินทาง

            อุทยานแห่งชาติภูเรือ อยู่ห่างจากจังหวัดเลย ประมาณ 48 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ถึงอำเภอภูเรือ จะมีป้ายอุทยานแห่งชาติอยู่ปากทางเข้าซึ่งอยู่ข้างที่ว่าการอำเภอภูเรือ ถ้ามาจากด่านซ้ายทางเข้าจะอยู่ซ้ายมือ ถ้าหากไม่มีรถมาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อใช้บริการรถรับ-ส่งขึ้นไปได้

             แวะเที่ยวก่อนกลับ

            วัดโพนชัยที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมของใช้ของโบราณ รวมถึงจัดนิทรรศการเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ที่สืบต่อกันมา อย่างผีตาโขนที่มีความเชื่อกันว่าเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่สืบทอดมาแต่โบราณกาล

            ของฝากขึ้นชื่อ

            มาถึงอำเภอด่านซ้ายแล้วเราก็ต้องไม่พลาดจะหยิบจับหัวผีตาโขนทั้งที่เป็นแบบโบราณหรือเป็นแบบประยุกต์เป็นของรุ่นใหม่นำไปฝาคนข้างหลัง หรือจะเก็บไว้เป็นของที่ระลึกก็ได้เช่นกัน ซึ่งรายได้ทั้งหมดก็ยังจะช่วยกระจายสู่ชุมชนได้อีกทาง รวมถึงยังช่วยให้เกิดอาชีพของชาวบ้านด้วยเช่นกัน

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Exit mobile version