TRIP ล้อเดียวเที่ยวต่างแดนep6. จากไทยสู่หุบเขาหิมะมังกรหยก By Tong Tmotortrip - พฤษภาคม 13, 2025 0 Share FacebookTwitterPinterestอีเมลLINE ปิยวัฒน์ จิตมา:เรื่อง/ภาพ ทุกเส้นทางคือความท้าทายจากไทยสู่มณฑลยูนนานไต่ระดับความสูงสู่ยอดเขาหิมะมังกรหยก “กิจกรรมแบบนี้พี่ว่าเรายังทำได้เสียงตอบรับดี ไปทั้งทีต้องเป็นเส้นทางที่สวยงามและประทับใจ” พี่กีฟท์เริ่มต้นความคิด ก่อนคุยกันกับพี่แมวตัวแทนกลุ่มล้อเดียวเพื่อหาความเป็นไปได้ก่อนจะเป็นทริปการเดินทางครั้งนี้ มวลอากาศเบาบางไม่เป็นปัญหา หิมะสวยงามมีให้เห็นในทุกที่ ตลอดเส้นทางคือความโชคดีที่พบเจอ ทุกครั้งที่กิจกรรมล้อเดียวเกิดขึ้นผมว่าแทบจะไม่มีเส้นทางไหนที่ไม่ประทับใจ เพราะทุกแห่งที่ไปมีแต่ความสวยงามและความตื่นเต้นของคนเล่นล้อ ในทริปนี้ก็เช่นกันทุกอย่างเริ่มต้นตีห้าสี่สิบห้าในเมืองไทยก่อนเดินทางข้ามแดนผ่านลาวฝั่งบ่อเต็นมุ่งหน้าสู่เต๋อเจียง ภูมิประเทศที่สูงขึ้นตามลำดับเราไม่คุ้นเคยในเมืองไทยจุดสูงสุดเหนือระดับน้ำทะเลเพียง 2,600 เมตร แต่ทันที่เราเริ่มเข้าสู่โม่เจียงทุกอย่างเปลี่ยนไปอากาศเริ่มหนาวเย็นความสูงเพิ่มขึ้นระดับที่แตะ 3,000 เมตร ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น ล้อเดียวสัมผัสพื้นดินที่เมืองเก่าต้าลี่ ใกล้ทะเลสาบเอ๋อไฮ หรือทะเลสาบเอ้อ ( จีน :洱海; พินอิน : Ěrhǎi ) เป็น ทะเลสาบรอยเลื่อน บนเทือกเขาแอลป์ในเมืองต้าหลี่จังหวัดต้าหลี่ โดยรอบผมว่าเมืองนี้มีความเรียบง่ายสวยงามมีเมืองเก่าที่ได้รับการอนรักษณ์เอาไว้อย่างดี มีทุ่งข้าวบาร์เลย์หนุ่มสาวชาวจียุคใหม่ยิ้มแย้มแจ่มใส รอบทะเลสาบทุกเย็น นอกนจากนี้ในเมืองต้าลี่ยังมีวัดฉงเซิ่ง 崇圣寺 วัดประจำเมืองต้าลี่ซึ่งมี เจดีย์ 3 องค์ เป็นสัญลักษณ์ โดยเป็นเจดีย์โบราณสร้างขึ้นจากอิฐและเคลือบด้วยดินเหนียวสีขาว สามารถมองเห็นได้จากเมืองเก่าต้าลี่ จากเมืองต้าลี่มาอีก340 กม. ในเมืองแชงกรีล่าผมว่าตลอดเส้นทางธรรมชาติสวยงามสมบูรณ์ ภูเขาสูงเสียดฟ้ายิ่งใหญ่เกินจินตนาการไม่เกินจริง เรารู้สึกด้อยค่าเปรียบเป็นเพียงละอองฝุ่น กลุ่มล้อเดียวนำล้อลงเล่นอีกครั้งที่เจย์ดีย์สูงราว108 เมตร เป็นหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองนี้เจดีย์ขาว กลุ่มล้อเดียวเริ่มสตาร์ทบนดินแดนยูนนานอีกครั้งเสื้อกันหนาวตัวหนาถุงมือถูกนำมาใช้ เสียงวิทยุสื่อสารเริ่มส่งสัญญาณ พี่แมวสั่งตั้งแถวจากสองเป็นตอนเรียงหนึ่งทุกคนปรับตัวจากเลนซ้ายเปลี่ยนเป็นขวา มีรถนำและปิดท้าย ทุ่งหญ้ากว้างมีลมเย็นพัดมาต่อเนื่องมองไกลออกไปเราจะเห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ “ชิดขวา ชิดขวา” พี่แมวและพี่กีฟท์ออกคำสั่งผ่านวิทยุแต่ทว่าทุกอย่างไม่ง่าย ลมที่ผ่านทุ่งกว้างจากข้างทางจามรีกำลังเล็มหญ้า อุณหภูมิ13องศาดูไม่เป็นปัญหา ทว่าแรงลมต่างหากที่พัดเป็นระยะหอบทั้งความเย็นทั้งความแรงซึ่งมากกว่าเมืองไทยทำให้การทรงตัวทำได้ยาก ทุกอย่างต้องเซฟเพื่อความปลอดภัย ดูเหมือนกลุ่มล้อเดียวจะควบคุมรถอยู่ในเส้นทางลำบากซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก เพื่อความปลอดภัย “ขอให้ทุกคนจอดข้างทางก่อนนะคะ” พี่แมวส่งสัญญาณอีกครั้ง สรุปแล้วกระแสลมที่แรงเกินไปจึงไม่สามารถควบคุมล้อเดียวไฟฟ้าได้ ทุกคนลงมติว่าหยุดเล่นเพื่อความปลอดภัย น่าเสียดายเพราะเส้นทางนี้สวยงามาก แต่ว่าสุดท้ายพี่กีฟท์ก็เลือกความปลอดภัยไว้ก่อน นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุดของแต่ละทริป ถึงอย่างไรก็ตามผู้นำทริปของเราก็ยังปรึกษาทีมTJ ผู้ประสานงานในทริปนี้ว่า หาเส้นทางเอาไว้เพื่อให้กลุ่มล้อเดียวได้เล่นอีกครั้งจะได้ไม่เสียโอกาส แชงกรี-ล่าเป็นเมืองที่อยู่ในรัฐปกครองตนเองของทิเบตมณฑลยูนนาน เป็นเมืองแห่งศรัทธาและศักดิ์สิทธิ์ มีความพลุกพล่านยามค่ำคืนย่านเมืองเก่าคล้ายถนนคนเดินทั่วไปลานจตุรัสหน้าวัดในเมืองจะเป็นจุดนัดพบของหนุ่มสาว บ้างก็เต้นคล้ายแอโรบิคแต่ไม่ใช่มันดูเป็นจังหวะของดนตรีพื้นเมืองและท่าเต้นที่นุ่มนวล บ้างก็ร้องเพลง อีกส่วนก็ขึ้นไปขอพรหมุนกงล้อมนต์ยักษ์แทนการสวดมนต์ อีกไฮไลท์วัดชงจ้านหลินวัดซงจ้านหลิน หรือชื่อในภาษาทิเบตว่า “ก่าเต็นซุมแจ็นลิน” เป็นสถานที่เที่ยวชื่อดังของเมืองเซียงเก๋อหลี่ลา ที่นี่เป็นวัดทิเบตที่ใหญ่ที่สุดในยูนนาน ได้ฉายาว่า “วังโปตาลาน้อย” เพราะคล้ายกับวังโปตาลา ที่เมืองลาซ่าของทิเบต ตัววัดสร้างเมื่อปี 1683 แต่ถูกทำลายเสียหายในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ปี 1966 แล้วถูกสร้างใหม่ให้เหมือนของเก่าในปี 1982 ตำแหน่งตั้งอยู่ทางเหนือของตัวเมืองเซียงเก๋อหลี่ลา สูงจากระดับน้ำทะเล 3,380 เมตร สร้างจำลองมาจากพระราชวังโพธารา ที่ล่าซาเมืองหลวงทิเบต มีความขลังและพลังแล้วก็ยังสวยงาม สีทองอร่ามเมื่อเมื่อแสงแดดตกกระทบ ชุดพื้นเมืองถูกใส่โดยกลุ่มล้อเดียวผมว่าดูกลมกลืนสวยงามแล้วในเมืองนี้ส่วนใหญ่จะกินเนื้อจามรีเป็นอาหาร เนื้อจามรีมีค่ามีรสชาติดีเพราะเขากินถังเช่าและหญ้า แต่บางคนกระซิบบอกว่าเขาเป็นสัตว์ที่อยู่สูงจึงเชื่อว่าจะมีพลังปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ผมก็ลองกินไปเยอะทั้งอร่อยและอยากปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายสรุปอร่อยมีกลิ่นหอมเนื้อไม่เหนียวถ้าลวกแบบสะดุ้ง ระหว่างทางก่อนถึงเต๋อชิง จุดโค้งของแม่น้ำแยงซีเกียงคือจุดพักถ่ายรูปมันเป็นความสวยงามธรรมชาติสร้างหน้าเป็นแม่โค้งเกือบสามร้อยหกสิบองศาหลังเป็นภูเขาสลับซับซ้อนสูงสุดเป็นหิมะบางๆ บางครั้งผมก็อดนึกถึงตำราเรียนเกี่ยวกับแม่น้ำแยงซีเกียงหรือแม่น้ำฉางเจียงไม่ได้ เรารู้ว่าเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชีย และเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากแม่น้ำไนล์ในทวีปแอฟริกาและแม่น้ำแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้ แม่น้ำแยงซียาว 6,300 กิโลเมตร ต้นน้ำอยู่ที่มณฑลชิงไห่และทิเบต ในทิศตะวันตกของสาธารณรัฐประชาชนจีน และไหลมาทางทิศตะวันออก ออกสู่ทะเลจีนตะวันออก แล้ววันนี้ผมก็ได้มีโอกาสข้ามแม่น้ำสายนี้เช่นกัน มองไกลๆเราเห็นภูเขาหิมะดูสูงใหญ่ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเราก็ต้องผ่านภูเขาหิมะเหล่านั้นเช่นกันรวมถึงยังต้องขอพรภูเขาศักดิ์สิทธิ์อีกลูก “ภูเขาหิมะเหม่ยลี่ (Meili Snow Mountains)” ความสูงเป็นอันดับสองจากหิมาลัย น้อยครั้งที่ใครจะมีโอกาสได้เห็นเพราะส่วนมากจะถูกกลุ่มเมฆหมอกปกคลุม ในทุกปีชาวทิเบตไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนต้องเดินทางกลับมาเพื่อกราบไหว้บูชาภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่อเป็นการขอพรและเพื่อไม่ให้ตัวเองลืมถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง ดังนั้นตลอดเส้นทางเราจะเห็นเจดีย์เยอะมากรวมถึงธงมนต์ที่ผูกตามสถานที่ต่างๆ และเจดีย์ที่เป็นหินกองรวมกันเป็นทรงตั้งทั้งหมดล้วนเป็นเครื่องแสดงถึงการบูชาภูเขาศักดิ์สิทธิ์ “เส้นทางขึ้นจุดชมวิวที่เราต้องเล่นล้อหิมะถล่มปิดทางเล่นไม่ได้” ทีมTJ แจ้งกับทีมพี่กีฟท์ เราก็เปลี่ยนแผนโบกมือลา13เจดีย์ เตรียมฝึกวิทยายุทธ์ขึ้นหุบเขามังกรหยก ถ้าลมไม่แรงผมว่ากลุ่มล้อเดียวขึ้นหมดแน่นอน … ผมผู้ซึ่งร่วมทางทำหน้าที่ช่างภาพนิ่งตอนนี้ยังสบายดีอิ่มเอมกับพลังแห่งภูเขาและเนื้อจามรี จากเต๋อชิงแวะแชงกรี-ล่าไม่น่าจะมีอะไรในการเดินทางกลับ แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะภาพสองข้างทางกลับทำให้ผมรู้สึกแปลกตาและตื่นเต้นกับความใกล้ชิดกับหิมะบนภูเขา ทีมนำทางบอกกับเราว่าเมื่อคืนหิมะตกลังมาเพิ่มทำให้หิมะหนาขึ้นกว่าเดิม ซึ่งสภาพอากาศบนที่สูงมักจะคาดเดาได้ยากทั้งฝนและหิมะ แต่มันก็รางวัลให้กับเราคนเมืองร้อนได้เห็นหิมะมากขึ้น ก่อนหน้านี้กลุ่มล้อเดียวมีแผนจะขึ้นเส้นทางสู่จุดชมวิว 4,220 เมตร เพื่อเล่นล้อ ทว่าธรรมชาติไม่เป็นใจก่อนไม่ถึงไม่กี่วันมีดินถล่มจีนสั่งปิดถนนทันทีเพื่อความปลอดภัย แต่นั่นอาจเป็นเรื่องดีเพราะอย่างน้อยเราก็ได้โปรแกรมอื่นเพิ่มขึ้นมา นั่งกระเช้าขึ้นภูเขามั่งคั่งหรือภูเขาสือข่า (Shika Snow Moutain) มีความสูง 4,449 เมตรจากระดับน้ำทะเล หนาวสะท้านมีหิมะให้ได้สัมผัสเพราะพี่กีฟท์ไม่แน่ใจสภาพอากาศในวันพรุ่งนี้ที่ภูเขามังกรหยก ถ้าหมอกลงจัดจะไม่เห็นอะไรเลย ทีม TJ จึงดำเนินการพาขึ้นสือข่าก่อน นั่งกระเช้าสองช่วงนานเอาการแต่ทันทีขึ้นถึงยอดเขาลมปะทะเราอย่างจังเหมือนโกรธมานาน ถุงมือที่เตรียมมาอุปกรณ์ทุกอย่างต้องมา ความเย็นไม่แค่ผิวผ่าน ทว่ามันเหมือนจะกรีดเข้าไปถึงภายในร่างกาย ซึ่งก็ไม่ทำให้ใครสักคนย่อท้อ เพราะภาพเบื้องหน้าไม่ต่างจากภาพที่เราเคยเห็นแค่ในหนัง ภูเขาสลับซับซ้อนเต็มไปด้วยหิมะถึงแม้ไม่หนามากมันก็ยังสวยงาม ก่อนหน้าเราแค่มองจากข้างทางแต่ในตอนนี้คือยืนอยู่กลางหิมะแล้ว จึงไม่แปลกหากจะมีใครสักคนนอนเล่นบนเกล็ดขาวนุ่มอย่างมีความสุข ณ ที่แห่งนี้นอกจากความสวยงามความเชื่อเรื่องความสุขความร่ำรวยก็เป็นหนึ่งในความคิด ที่แต่ละคนต้องขึ้นมาให้ถึงเพื่ออธิษฐาน ผมเองรู้สึกว่าถ้าการเดินทางครั้งนี้คือทัวร์ก็ต้องเป็นทัวร์ที่หาซื้อได้ยาก ถ้าเป็นการเดินทางกับเพื่อนพี่น้องก็ถือว่าโชคดีที่พี่คิดถึงความสุขน้องๆตลอด โดยไม่คิดว่าสิ่งนั้นจะยากขนาดไหน ส่วนเขามังกรหยกจะโชคดีฟ้าเปิดหรือไม่ต้องรอดู ส่วนวันนี้หิมะสือข่าน่าประทับใจอย่างมาก ลี่เจียง ภูเขามังกรหยก ชื่อที่ยิ่งใหญ่กับตำนานแห่งความรักและความกล้าหาญ “ถ้าเราไปแต่เช้าเราจะได้ขึ้นเร็วและไม่ต้องแย่งกับใครนะคะ” น้ำตาลไกด์บอกกับกลุ่มล้อเดียว ทุกคนเข้าใจยอมตื่นแต่เช้าเพื่อไปให้ทันเวลาเพราะว่าไม่อาจเดาได้ถ้าลมแรงก็อดขึ้นถ้าเกินเวลาคนก็เยอะรอนาน เราหวังว่าฟ้าจะเปิด แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นท้องฟ้าเปิดเพียงพอจะให้เราได้เห็นถึงความสวยงามของสันเขาที่เรียกว่าตัวมังกร หิมะตกลงมาเป็นระยะพอให้เราได้รู้สึก จุดสูงสุดที่เดินถึงอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 4,680 เมตร แต่ถ้าความสูงสุดของภูเขานี้จะอยู่ที่ 5,596 เมตร อากาศที่เบาบางจึงจำเป็นต้องพึ่งอากาศกระป๋อง ลดอาการเหนื่อยหายใจไม่ทัน ผมและกลุ่มล้อเดียวค่อยๆไต่ระดับ ขึ้นไปพักไป แสงของดวงอาทิตย์ประกายแสงผ่านก้อนเมฆเกิดเป็นริ้วสวยงามอยู่เบื้องหลังภูเขาหิมะมังกรหยก เราโชคดีเป็นครั้งที่สองที่ได้เจอภาพเขามังกรหยกได้ชัดเจน หิมะหนาปกคลุมทั่วบริเวณมองไปทางไหนก็ชวนตื่นตาตื่นใจ นี่คงเป็นรางวัลให้กับกลุ่มล้อเดียวแทนคำปลอบใจที่พลาดเล่นล้อที่จุดชมวิวเต๋อชิง ไอหมอกเริ่มก่อตัวลอยผ่านภูเขาหิมะดูสวยงาม สมาชิกล้อเดียวบอกคุ้มค่าที่มาถึงทริปนี้ ถึงไม่ได้เล่นล้อก็ไม่เสียใจเพราะสิ่งที่มาสัมผัสมันมีค่ายิ่งกว่า ส่วนผู้จัด ทั้งพี่กีฟท์ พี่แมวก็แอบปลื้มใจส่งผ่านภาษากายทั้งรอยยิ้มและแววตาที่เห็นทุกคนมีความสุขกับสถานที่ต่างๆที่พามา อีกคนที่มีแนวคิดน่าสนใจเขาใช้ชีวิตได้คุ้มค่า ช่วงเวลาหนึ่งเขาทำงานอย่างหนักเพื่อความหวังเหมือนคนอื่นคือความสุขสบายของครอบครัว ทว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเมื่อวันหนึ่งเขาเหมือนหมดลมหายใจไปชั่วขณะระหว่างเป็นโควิด พี่กีฟท์ และพี่แมว “ผมเคยผ่านเวลาที่เหมือนจากไปอีกโลกมารอบหนึ่งแล้วครับ เป็นโควิดนอนอยู่คนเดียวไม่ได้เห็นหน้าใครเลยครับ ผมเหมือนหลับไปแล้วทุกอย่างก็มืดลงจนมาตื่นขึ้นมาอีกที ผมรู้เลยว่าไม่มีอะไรแน่นอนเราพร้อมจากโลกนี้ไปได้ทุกนาทีครับ” บอล ปิยะวัฒน์เล่าให้ผมฟังถึงเหตุผลที่มาเล่นล้อออกเที่ยวไปเรื่อยถ้ามีเวลา จนมาเจอกับพี่แมวยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตมีความสุขมากขึ้น บอล ไม่นึกถึงอนาคตจนเกินไปไม่วิตกกับสิ่งที่มาไม่ถึง บอลต้องการใช้ชีวิตให้มีความสุขทุกเวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า บอล ปิยะวัฒน์ พอขึ้นถึงจุดสูงสุดเก็บภาพโดยรอบ แล้วยืนสูดอากาศสัมผัสความเย็นที่ไม่เคยเจอมาก่อนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะแอ็คท่าเซลฟี่ตัวเองเป็นที่ระลึกแล้วเดินลง เวลาห่างกันไม่ถึงสามนาทีภาพโดยรอบก็เปลี่ยนไปแบบสุดขั้ว ไอหมอกจางๆที่ลอยผ่านเมื่อสักครู่กลายเป็นหมอกหนาปกคลุมทั่วบริเวณจนไม่สามารถมองภูเขาได้ แน่นอนกลุ่มหลังเราต้องผิดหวังแต่สำหรับชาวล้อเดียวถือเป็นโชคดีครั้งที่สอง ผมแอบดีใจเล็กๆที่ได้ภาพมาให้ผู้จัด ส่วนโปรแกรมที่เหลือก็เดินชมหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน ต่อด้วยดูโชว์สุดอลังการ แต่ผมว่าไฮไลท์จะอยู่ที่กลุ่มล้อเดียวได้ลงเล่นล้อในอุทยานแห่งนี้เฉียดภูเขาหิมะมังกรหยกเส้นทางเขาป่าสน ถึงแม้จะมองไม่เห็นยอดเขาเพราะเมฆลงหนาอย่างที่เราบอกไป แต่บรรยากาศและความรู้สึกก็ถือว่าสมบูรณ์แบบเราได้เห็นรอยยิ้มและความเริงร่าของทุกคนที่กลับมาถึงรถ ผมว่านี่คือความใส่ใจของผู้จัดผมไม่รู้ว่าคนล้อเดียวจะรู้หรือเปล่า ซึ่งความจริงพี่กีฟท์และพี่แมวจะไม่ให้เล่นก็ได้เพราะพื้นที่ไม่อำนวยมากนัก แต่ทั้งคู่ก็เลือกจะให้คนอยากเล่นได้สมใจ โดยมอบหมายให้ทีม TJ หาเส้นทางซึ่งทุกคนก็จบด้วยรอยยิ้มสมกับชื่อทริป “ล้อเดียวเที่ยวต่างแดน” ผมผู้รับหน้าที่ถ่ายภาพนิ่งก็รู้สึกดีใจแทนกลุ่มล้อเดียวที่ได้รับประสบการณ์สุดจะพิเศษที่หาได้ยาก การนำล้อข้ามแดนเพื่อขี่ว่าลำบากแล้ว ผมว่าสิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือคนที่คิดจัดกิจกรรมแบบนี้แล้วทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา … ปิดท้ายสมบูรณ์แบบกับการเล่นน้ำสงกรานต์ที่บ่อเต็นแบบลืมหนาว พี่กีฟท์ EP ถัดไปมีหรือไม่ยังไม่รู้ แต่ที่รู้คือใครที่มีโอกาสต้องไป ส่วนผมขอบันทึกไว้เพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะมีโอกาสได้ถ่ายภาพให้ล้อเดียวอีก…ขอบคุณครับ… กลับสู่ความเป็นจริง จาก -3 ยอดเขาหิมะ สู่ 40 องศาที่ประเทศไทยแล้วพบกัน…