มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า มาสด้าได้นำกลยุทธ์ Retention Business Model มาใช้เป็นแกนหลักในการปรับแผนการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องเป็นปีที่สองติดต่อกัน เป็นนโยบายที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์มาสด้า ตั้งแต่ก่อนการซื้อไปจนถึงการบริการหลังการขาย
และนำไปสู่การกลับมาซื้อซ้ำกลายเป็นวงจรแห่งชัยชนะ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มาสด้ายึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติจนประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก มีฐานลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์มาสด้าเพิ่มขึ้น ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน กลยุทธ์ดังกล่าวได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง และกำลังมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งมาสด้าในประเทศไทยจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ หากปราศจากผู้จำหน่ายที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันผลักดันนโยบายนี้ไปพร้อมกัน
“มาสด้าไม่ต้องการเป็นแบรนด์ที่จำหน่ายยานพาหนะเพื่อการเดินทางเท่านั้น แต่เราต้องการส่งมอบความสุขและประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้ารวมถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัว ขอขอบคุณผู้จำหน่ายที่มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับแบรนด์มาสด้า และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาและจะยังคงดำเนินต่อไป
พร้อมกันนี้ ขอแสดงความยินดีกับผู้จำหน่ายที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมา สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติแห่งปีไปครอง ซึ่งรางวัลแห่งเกียรติยศในครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงเครื่องหมายการันตีถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความสำเร็จของผู้จำหน่ายที่สามารถครองใจลูกค้าของเรา” มร. ทาดาชิ มิอุระ กล่าว
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งาน Mazda Dealer of Excellence Award 2023 จัดขึ้นภายใต้ธีม “Celebrating the Spirit’s Pathway” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จอีกก้าวของผู้จำหน่ายมาสด้าที่แข่งขันกันในการดูแลลูกค้า ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคนานัปการ












