CARTEST DRIVE TEST DRIVE HONDA CITY HATCHBACK e:HEV RS 2024 By Tong Tmotortrip - พฤษภาคม 3, 2024 0 Share FacebookTwitterPinterestอีเมลLINE หน้าตาคมขึ้นชุดแต่งสปอร์รอบคัน เสริมออปชั่นความปลอดภัยฮอนด้าเซนซิ่ง หั่นราคาพร้อมเพิ่มรุ่นSV e:HEV ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เมื่อเกมตลาดรถยนต์เปลี่ยนไปแต่ละค่ายต่างงัดไม้เด็ดหวังดึงกลุ่มลูกค้าให้กลับมาสนใจอีกครั้ง เช่นเดียวกันด้านฮอนด้าก็ไม่ปล่อยให้ใครแบ่งตลาดไปได้ง่ายๆ มีของดีในมือก็ต้องสู้กันหน่อย ล่าสุดส่ง HONDA CITY HATCHBACK e:HEV RS รุ่นปรับปรุงใหม่ลงตลาดเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้ได้สผัสกันอีกครั้ง ในรอบนี้การปรับโฉมได้เพิ่มออปชั่น ด้านความปลอดภัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายจุด แต่ที่แน่ๆคือชุดแต่งรอบคันดูดีไม่หยอก เส้นสายดูมีความเฉียบคมสปอยเล่อร์ด้านล่างดูแข็งแรงมากขึ้น มีลายเคลฟล่าติดมาให้เพิ่มอารมณ์สปอร์ตไปอีกขั้น ขณะที่ด้านหลังเขาก็มีการเปลี่ยนดีไซน์กันชนหลังเช่นกัน ดูมีดิฟฟิวเซอร์ติดมาให้พร้อมลายเคลฟล่า ผมว่าดูดีเลย เดี๋ยวเบื้องต้นมาดูก่อนว่ารอบนี้ฮอนด้าเปลี่ยนอะไรไปบ้าง จุดที่เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนมีดังนี้ – เปลี่ยนดีไซน์กันชนหน้า/หลัง – เพิ่มระบบรักษาความเร็วตามรถคันข้างหน้าที่ ความเร็วต่ำ LSF (Low Speed Following) – เพิ่มระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Lead Car Departure Notification System – เพิ่มช่องเก็บ โทรศัพท์มือถือ ด้านหลังเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า – เพิ่มระบบแจ้งเตือนตรวจสอบผู้โดยสารด้านหลัง – เพิ่มช่องชาร์จ USB-C สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (รุ่นเดิมเป็น Power Outlet) – เพิ่มระบบสตาร์ทรถด้วยรีโมท Remote Engine Start – เพิ่มระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินห่างจากตัวรถ Walk-away Door Lock – เปลี่ยนปลายท่อไอเสียเป็นทรงแนวตรง – เพิ่มรุ่นย่อย e:HEV SV ส่วนภายนอกของรุ่นRS จะมาพร้อมกับไฟหน้า LED กระจังหน้า RS พร้อมโลโก้ และตัดขอบด้วยสีดำเงา ชุดแต่งรอบคัน RSแบบใหม่ ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED ฝาครอบกระจกมองข้างสีดำเงาด้านซ้ายมีกล้องสำหรับช่วยเรื่อง Honda LaneWatch หรือระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยให้มองเห็นจุดบอดของกระจกมองข้างด้านซ้าย และเสาอากาศด้านบนเป็นแบบครีบฉลามสีดำเงา ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สีดำแบบสปอร์ตโดยรวมถือว่าดี ขยับมาดูภายในห้องโดยสารถึงแม้ว่าภายนอกของเขาจะดูเล็ก แต่ทว่าภายในกับดูกว้างสบายเลือกใช้โทนสีดำสลับกับสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรุ่น RS เบาะนั่งแบบอัลตราซีท (ULTR Seat) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ซึ่งทุกรุ่นที่ผ่านมาถ้าเป็นแฮทช์แบคหรือ5 ประตูผมคนหนึ่งที่ยอมรับเลยว่าฮอนด้าออกแบบมาได้ดีจรริง แล้วในรุ่นนี้ก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน เขาสามารถปรับพับเพิ่มสเปซการใช้งานได้หลากหลายมาก เบาะแยก 60:40 พับเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้ถึง 4 รูปแบบ นอนในรถได้เลยนะ นอกจากนี้เขายังเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch ที่เพิ่มการรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย* และใหม่! ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2ตำแหน่ง* อีกทั้งหลากหลายเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย มี Paddle Shift ที่พวงมาลัย(RS)ช่วยหน่วงเครื่องยนต์และชาร์จไฟกับเข้าแบตเตอร์รี่ไปพร้อมกันถือว่าดี ส่วนด้านพลังขับเคลื่อนเขามีมาให้เป็นระบบฟูลไฮบริด e:HEV (รุ่น RS ที่เรานำมาทดสอบ)เป็นการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มาพร้อมกับแรงบิดมอเตอร์สูงสุด ที่ 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที และยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 83 กรัม/กิโลเมตร รองรับพลังงานทางเลือก E20 ทั้งนี้ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV จะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้โดยอัตโนมัติตามความเหมาะสม ประกอบด้วย 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) สรุปความรู้สึก หลังได้ทดสอบ สิ่งที่ผมได้จากรถรุ่นนี้อย่างแรกเลยคือความประหยัด ผมขับแบบธรรมดาใช้งานทั่วไปสามารถทำตัวเลขได้ถึง 27 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาแล้วถ้าหากเราตั้งใจขับแบบหาอัตราประหยัดจริงๆคงได้มากกว่านี้ อัตราเร่งดีไหมผมว่าใช้งานได้ดีตอบสนองได้รวดเร็วไม่ถึงกับอืดสมกับตัวรถ แล้วที่สำคัญคือมั่นใจกับช่วงล่างตั้งค่ามาดีไม่โยนหรือโคลงจนน่าเกลียด ส่วนเรื่องเทคโนโลยีผมว่าเหมาะสมมากใช้ประโยชน์ได้ในทุกฟังก์ชั่น โดยเฉพาะระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ผ่านรีโมทผมว่าเหมาะกับเมืองไทยอย่างมาก ช่วยคลายร้อนก่อนขึ้นรถ ด้านระบบความปลอดภัยใหม่ทำงานดีแม่นยำไม่กระตุก ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบช่วยคุมรถให้อยู่เลน ฯ ทุกอย่างทำงานนุมนวลแต่แม่นยำ ส่วนราคารุ่นขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย รุ่น e:HEV RS ราคา 799,000 บาท (ปรับราคาลง 50,000บาท ) รุ่น e:HEV SV ราคา 729,000 บาท ข้อมูลเทคนิค รุ่นรถ HONDA CITY HATCHBACK e:HEV RS 2024 แบบตัวถัง HATCHBACK มิติตัวรถ(กว้าง xยาว x สูง มม.) 1,748 x 4,369 x 1,510 แบบเครื่องยนต์ e:HEV RS 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,498 ซีซี. กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,600-6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500-5,000 รอบต่อนาที มอเตอร์ กำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่3,500 – 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน /เมตร 0 – 3,000 รอบต่อนาที แบตเตอร์รี่ ลิเธียม-ไอออน ขนาดความจุ 1.0 kwh ระบบส่งกำลัง E-CVT (Electrical Continuously Variable Transmission) ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อน ล้อหน้า พวงมาลัย ดูอัลพิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (DP-EPS) ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.(โดยประมาณ) ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร ขนาดยาง/หน้า/หลัง 285/60R16 – 185/60 R16 ช่วงล่าง หน้า แม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง หลัง ทอร์ชั่นบีม ระบบเบรก หน้า/หลัง ดิสก์ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน/ดิสก์ 4 ลูกสูบ ABS/EBD & EBA เว็บไซต์ www.honda.co.th