CARTEST DRIVE TEST DRIVE NETA GT 0-100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที By Nakon - มีนาคม 8, 2024 0 Share FacebookTwitterPinterestอีเมลLINE เรื่อง ปิยวัฒน์ จิตมา มอเตอร์คู่ทรงพลัง ขับสนุก 0-100 กม./ชม. 3.7 วินาที NETA ไม่ได้มีดีแค่ซิตี้ EV เท่านั้น เพราะนี่คือสปอร์ตคูเป้ที่ดุดันอีกหนึ่งรุ่นของค่าย ชื่อของ NETA วันนี้เขายังมีอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจต้องเรียกว่าระดับสปอร์ตคูเป้ ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ของเขา นั่นก็คือ NETA GT ซึ่งเขามีให้เลือกสองรุ่นคือ Long Range และ Performance มาพร้อมกับการออกแบบภายนอกที่ดูปราดเปรียว เรียกว่าเส้นสายเพรียวตามหลักอากาศพลศาสตร์ตามสไตล์รถสมรรถนะสูง หลังคาลาดทรงคูเป้รับการด้านที่ดูเฉียบคม สปอยเล่อร์ด้านล่างเป็นแบบสีดำเงาตัดกับสีตัวรถ ไฟหน้าแอลอีดีออกแบบวางยาวตามตัวรถช่วยรถดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น ล้ออัลอยขนาดใหญ่ 245/45 R19 ในรุ่น Performance จะติดตั้งคาลิเปอร์เบรกสีแดงขนาดใหญ่มากให้ มิติตัวถัง 4,715×1,979×1,415 มม. (ยาวxกว้างxสูง) พร้อมระยะฐานล้อ 2,770 มม. ส่วนหลังคาเลือกใช้หลังคากระจก (Panoramic Glass Roof) ส่วนกระจกข้างเป็นแบบไร้ขอบซึ่งเข้ากันกับตัวรถ ส่วนมือเปิดประตูเรียบไปกับตัวรถ ห้องโดยสารสุดล้ำมีสองสีคือสีดำ-ส้มในรุ่น Performance และ สีครีม-ดำ ในรุ่นLong Range ซึ่งก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความชอบว่าใครจะชอบแบบไหน สามารถเลือกได้ตามชอบ แล้วที่เหนือไปกว่านั้นคือภายในห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจอกลางขนาดใหญ่ 17.6 นิ้ว และหน้าจอคนขับ 10.25 นิ้วถือว่าใหญ่มากซึ่งตอนนี้เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นใหม่ๆไปแล้ว ด้านพละกำลังนั้นทั้งรุ่นแตกต่างกันโดยในรุ่น Long Range นั้นมาพร้อมกับ 1 มอเตอร์ 170 kW 228 แรงม้า และแรงบิดอยู่ที่ 310 นิวตัน/เมตร ส่วนระยะทางในการวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาตรฐาน CLTC จะเดินทางไกลได้ 660 กิโลเมตร ระบบขับล้อหลังอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ใช้เวลา 6.5 วินาที ในรุ่น Performance จะเน้นในเรื่องสมรรถนะสูงดังนั้นเขาจึงมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบ 2 มอเตอร์ 340 kW 456 แรงม้ากับแรงบิด 620 นิวตัน/เมตร ระบบขับเคลื่อน AWD ขับเคลื่อน 4 ล้อ ความเร็ว 0-100 กม./ชม. 3.7 วินาที สำหรับช่วงล่างทั้งรุ่นใช้แบบ ด้านหน้า แม็กเพอร์สัน ด้านหลัง มัลติลิ้งค์ ควบคุมด้วยพวงมาลัยแบบไฟฟ้า และแบตเตอร์รี่แบบลิเธียมไอออน พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด (kWh) 74.48 รุ่น Long Range และ 78 รุ่น Performance แรงดันไฟฟ้า(V)400 สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ NETA GT ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ NETA Pilot 2.5 ที่อาศัยการทำงานของเซ็นเซอร์ติดตั้งไว้รอบคันทั้ง Millimeter Wave Radar 5 จุด, เรดาร์อัลตราโซนิก 12 จุด, กล้องด้านหน้าแบบ High Perception, กล้องรอบคัน พร้อมระบบประมวลผล Journey 3 สรุปความรู้สึกหลังได้ทดสอบรุ่น Performance นี่คือสปอร์ตคูเป้ที่ทรงพลังอีกหนึ่งรุ่นอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำให้ผมรู้สึกถึงสมรรถนะอันแท้จริงของเขา แต่ละสถานีของการทดสอบเรารู้สึกได้ว่าระบบความปลอดทำงานได้แม่นยำโดยเฉพาะในสถานีที่มีสภาพถนนเปียกลื่นแต่เขายังสามารถทรงตัวได้อย่างได้อย่างดีแม้จะเบรกกะทันหัน ขณะเดียวกันในส่วนของช่วงล่างดูจะยิ่งย้ำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้น ด้านหน้า แม็กเพอร์สัน ด้านหลัง มัลติลิ้งค์ ยิ่งได้พวงมาลัยไฟฟ้ามาช่วยยิ่งรู้สึกว่ามันคมในทุกจุดที่เลี้ยวแม้จะเป็นวงเลี้ยวแคบๆก็ผ่านได้เราแทบไม่ต้องแตะเบรกเพียงแค่ประคองคันเร่งก็ผ่านได้สบายที่เหลือระบบความปลอดภัยช่วยเหลือในทุกช่วง โดยรวมผมถือว่านี่คือสปอร์ตคู้เป้ไฟฟ้าที่น่าสนใจอีกรุ่นเลยทีเดียวเรื่องความแข็งแกร่งทีมออกแบบได้ทดสอบกันมาอย่างหนักผมว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ที่แน่ๆ นี่คือรถที่จะมายืนยันว่า NETA มีดีกว่าที่เราคิดไว้รถระดับเรือธงในคลาสสปอร์ตไฟฟ้าเขาก็มีจำหน่ายเหมือนกัน ที่เหลือต้องดูว่า NETA GT จะเข้ามาทำตลาดเต็มตัวหรือไม่ต้องรอลุ้น